คำตอบสั้น ๆ: แผลริมอ่อนมักเป็นแผลเจ็บหลายแผลและฐานนิ่มจากเชื้อ Haemophilus ducreyi เริมมักเริ่มเป็นตุ่มน้ำหรือแผลตื้นที่เจ็บ ส่วนซิฟิลิสระยะแรกมักเป็นแผลเดี่ยวที่ไม่เจ็บและฐานแข็ง แต่รูปแบบจริงอาจคลาดเคลื่อนและติดเชื้อร่วมกันได้ จึงไม่มีวิธีแยกที่เชื่อถือได้จากการดูแผลเพียงอย่างเดียว ต้องตรวจโดยบุคลากรทางการแพทย์
บทความนี้เป็นบทความย่อยของ แผลริมอ่อนคืออะไร การเปรียบเทียบเป็นแนวทางทำความเข้าใจ ไม่ใช่แบบทดสอบเพื่อวินิจฉัยตนเอง
สารบัญ
- เหตุใดจึงดูคล้ายกัน
- แผลริมอ่อนกับเริม
- แผลริมอ่อนกับซิฟิลิส
- ตารางเปรียบเทียบแนวโน้ม
- การตรวจที่ช่วยแยกโรค
- ควรทำอย่างไรระหว่างรอตรวจ
เหตุใดแผลอวัยวะเพศจึงดูคล้ายกัน
โรคหลายชนิดทำให้ผิวหนังหรือเยื่อบุบริเวณอวัยวะเพศเกิดการอักเสบ แตก หรือมีแผล เมื่อแผลผ่านไปหลายวัน ตุ่มตั้งต้นอาจหายไป เหลือเพียงแผลแดง มีหนอง หรือมีสะเก็ด ทำให้ลักษณะทับซ้อนกัน นอกจากนี้การติดเชื้อมากกว่าหนึ่งชนิดในคนเดียวกันก็เกิดได้ การทราบเพียงว่า “เจ็บ” หรือ “ไม่เจ็บ” จึงไม่พอสำหรับตัดสิน
CDC ใช้การตรวจประกอบการวินิจฉัยแผลริมอ่อนที่น่าจะเป็น โดยต้องไม่มีหลักฐานซิฟิลิสและผลตรวจ HSV จากสารคัดหลั่งหรือของเหลวจากแผลเป็นลบ นอกเหนือจากมีลักษณะทางคลินิกที่เข้ากัน [1]
แผลริมอ่อนกับเริมต่างกันอย่างไร
แนวโน้มของเริม
เริมที่อวัยวะเพศเกิดจาก herpes simplex virus หรือ HSV มักเริ่มเป็นตุ่มน้ำเล็ก ๆ หลายตุ่มรวมกลุ่ม แล้วแตกเป็นแผลตื้นที่แสบหรือเจ็บ อาจมีอาการคัน แสบร้อน หรือปวดนำมาก่อน และอาจมีไข้หรือปวดเมื่อยในครั้งแรกได้ แต่อาการอาจไม่เป็นรูปแบบนี้เสมอ โดยเฉพาะการกลับเป็นซ้ำ
HSV เป็นไวรัสที่ยังคงอยู่ในร่างกาย ปัจจุบันยังไม่มีวิธีกำจัดเชื้อให้หายขาด ยาต้านไวรัสที่แพทย์สั่งอาจช่วยลดความรุนแรงและระยะเวลาของอาการ การแยกจากแผลริมอ่อนจึงควรใช้การตรวจจากแผลเมื่อทำได้ ไม่ควรเหมารวมว่าแผลเจ็บทุกชนิดเป็นเริม
แนวโน้มของแผลริมอ่อน
แผลริมอ่อนมักเป็นแผลที่นิ่ม เจ็บ มีฐานเป็นหนอง ขอบรุ่ยหรือเว้าเข้า และอาจมีหลายแผล ต่อมน้ำเหลืองขาหนีบอาจกดเจ็บหรือกลายเป็นก้อนหนอง การมีแผลหลายแผลหรือมีหนองช่วยให้แพทย์นึกถึงโรคนี้ได้ แต่ไม่ใช่หลักฐานยืนยัน เพราะเริมและการติดเชื้อผิวหนังอื่นก็ทำให้มีหลายแผลได้
แผลริมอ่อนกับซิฟิลิสต่างกันอย่างไร
แนวโน้มของซิฟิลิสระยะแรก
ซิฟิลิสระยะแรกเกิดจาก Treponema pallidum มักทำให้เกิดแผลเดี่ยวที่ไม่เจ็บ มีฐานหรือขอบค่อนข้างแข็ง และต่อมน้ำเหลืองอาจโตโดยไม่ค่อยเจ็บ แต่ซิฟิลิสอาจมีหลายแผลหรืออยู่ในตำแหน่งที่มองไม่เห็นได้ จึงห้ามตัดซิฟิลิสออกเพียงเพราะแผลเจ็บหรือมีหนอง
ซิฟิลิสที่ไม่ได้รับการรักษาอาจดำเนินต่อไปแม้แผลจะหาย จึงควรตรวจเลือดและหรือการตรวจจากแผลตามดุลยพินิจของแพทย์ การรักษาซิฟิลิสไม่ใช่การรักษาแบบเดียวกับการดูแลแผลริมอ่อน การวินิจฉัยให้ถูกจึงมีความสำคัญ
ตารางเปรียบเทียบแนวโน้ม ไม่ใช่เกณฑ์วินิจฉัย
| โรค | สิ่งที่มักพบ | ข้อควรระวัง |
|---|---|---|
| แผลริมอ่อน | แผลนิ่ม เจ็บ อาจหลายแผล มีหนอง ขอบรุ่ย/เว้าเข้า และต่อมน้ำเหลืองขาหนีบอาจเจ็บเป็นหนอง | ต่อมน้ำเหลืองอาจไม่โต และการเพาะเชื้อ/NAAT มีบริการจำกัด |
| เริม | ตุ่มน้ำหรือแผลตื้นหลายตุ่ม เจ็บแสบ อาจกลับเป็นซ้ำ | อาจไม่มีตุ่มน้ำชัด และผู้ติดเชื้อแพร่เชื้อได้แม้ไม่มีแผล |
| ซิฟิลิสระยะแรก | แผลมักเดี่ยว ไม่เจ็บ ฐานหรือขอบแข็ง | อาจมีหลายแผล ไม่เจ็บน้อยลงไม่ได้แปลว่าไม่ใช่ซิฟิลิส ต้องตรวจ |
โรคที่ทำให้เกิดแผลยังรวมถึง lymphogranuloma venereum, donovanosis, mpox และภาวะไม่ติดเชื้อบางชนิด เช่น Behçet โรคผิวหนังอักเสบ หรือมะเร็ง การตรวจจึงควรครอบคลุมตามอาการและประวัติ ไม่จำกัดอยู่เพียงสามโรคในตาราง
การตรวจที่ช่วยแยกโรค
ตรวจจากแผลและเลือด
แพทย์อาจเก็บสารคัดหลั่งจากฐานแผลเพื่อตรวจ HSV ด้วย NAAT/PCR หรือเพาะเชื้อ ตรวจซิฟิลิสด้วยการตรวจจากแผลในสถานที่ที่มีบริการ และตรวจเลือดซิฟิลิส การตรวจหา H. ducreyi อาจใช้เพาะเชื้อเฉพาะหรือ PCR/NAAT ในห้องปฏิบัติการที่รองรับ การตรวจที่เลือกขึ้นกับอายุ ตำแหน่งแผล ระยะของแผล และบริการในพื้นที่ [2]
ตรวจโรคติดต่ออื่นร่วมด้วย
ผู้ที่มีแผลอวัยวะเพศควรได้รับคำแนะนำเรื่องตรวจ HIV และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่นตามความเสี่ยง เพราะการติดเชื้อร่วมเกิดขึ้นได้ และแผลอวัยวะเพศเพิ่มความเสี่ยงการรับหรือแพร่ HIV การตรวจครั้งแรกอาจต้องมีการติดตามซ้ำตามช่วงเวลาที่แพทย์เห็นเหมาะสม
ควรทำอย่างไรระหว่างรอตรวจ
- งดการมีเพศสัมพันธ์และหลีกเลี่ยงการสัมผัสแผลจนกว่าจะได้รับการประเมินและคำแนะนำจากผู้รักษา
- ล้างบริเวณภายนอกอย่างอ่อนโยน ซับให้แห้ง และอย่าบีบ เจาะ หรือใช้ยาฆ่าเชื้อเข้มข้นกับแผล
- อย่าซื้อยาปฏิชีวนะ ยาต้านไวรัส หรือยาทาซิฟิลิสมาใช้เอง เพราะอาจไม่ตรงสาเหตุและทำให้การตรวจภายหลังยากขึ้น
- หากมีคู่สัมผัสในช่วงก่อนเริ่มอาการ ให้เตรียมข้อมูลเพื่อแจ้งสถานพยาบาลอย่างเป็นส่วนตัว โดยไม่กล่าวโทษกัน
อ่านวิธีดูแลเมื่อยืนยันหรือสงสัยแผลริมอ่อนได้ที่ แผลริมอ่อนรักษาอย่างไร และดูอาการช่วงแรกได้ที่ แผลริมอ่อนระยะแรกเป็นอย่างไร




