ข้ามไปยังเนื้อหา
ความรู้สุขภาพทางเพศที่อ่านแล้วเข้าใจข้อมูลเพื่อการเรียนรู้ ไม่ใช่การวินิจฉัยเฉพาะบุคคล
แผลริมอ่อน

แผลริมอ่อนเกิดจากอะไร

แผลริมอ่อนเกิดจากแบคทีเรีย Haemophilus ducreyi และติดต่อหลักผ่านการมีเพศสัมพันธ์ แต่แผลบริเวณอวัยวะเพศไม่ได้หมายความว่าเป็นแผลริมอ่อนเสมอไป เพราะเริม ซิฟิลิส และสาเหตุอื่นอาจมีลักษณะคล้ายกัน จึงควรให้บุคลากรทางการแพทย์ตรวจแทนการดูแผลหรือซื้อยาใช้เอง

อยากถามให้ชัดขึ้น?

มีข้อสงสัย ค่อย ๆ คุยกันได้

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสุขภาพทางเพศผ่าน LINE ได้อย่างเป็นส่วนตัว เลือกคุยเรื่องที่คุณอยากเข้าใจเพิ่มเติมได้เลย

ปรึกษาเรื่องสุขภาพผ่าน LINE

แผลริมอ่อน หรือ chancroid เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียชื่อ Haemophilus ducreyi โดยข้อมูลของ กรมควบคุมโรค ระบุว่าการติดต่อหลักเกิดจากการมีเพศสัมพันธ์ ขณะที่ แนวทาง CDC จัดโรคนี้อยู่ในกลุ่มโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ การมีแผลเจ็บที่อวัยวะเพศจึงควรได้รับการตรวจ แต่ยังสรุปสาเหตุจากอาการเพียงอย่างเดียวไม่ได้

อินโฟกราฟิกสรุป: แผลริมอ่อนเกิดจากอะไร พร้อมข้อควรระวังและแหล่งข้อมูล
ภาพสรุปประกอบบทความ: แผลริมอ่อนเกิดจากอะไร — ข้อมูลทั่วไป ไม่แทนการตรวจวินิจฉัย อ่านรายละเอียดและแหล่งอ้างอิงในเนื้อหาด้านล่าง

เชื้อ Haemophilus ducreyi ทำให้เกิดแผลริมอ่อนอย่างไร

เมื่อเชื้อนี้ทำให้เกิดโรค อาจพบแผลบริเวณอวัยวะเพศที่เจ็บและลึก แผลอาจมีหลายตำแหน่งและมีฐานเป็นหนองได้ ต่อมน้ำเหลืองที่ขาหนีบอาจบวม กดเจ็บ หรือกลายเป็นก้อนหนอง แต่ไม่ใช่ทุกคนจะมีต่อมน้ำเหลืองโต การมีหรือไม่มีอาการดังกล่าวจึงไม่ใช่หลักฐานยืนยันโรคด้วยตัวเอง

ข้อมูลภาษาไทยของกรมควบคุมโรคอธิบายว่าอาการอาจเริ่มจากตุ่มหนองแล้วแตกเป็นแผล ขอบแผลไม่แข็งและไม่เรียบ และอาจมีเลือดออกหรือเจ็บมาก ลักษณะเหล่านี้เป็นเพียงแนวโน้มที่ช่วยให้บุคลากรทางการแพทย์ตั้งข้อสงสัย ไม่ใช่รายการตรวจโรคด้วยตนเอง และไม่ควรถ่ายภาพแผลเพื่อวินิจฉัยเอง

หลังรับเชื้อกี่วันจึงเริ่มมีอาการ

กรมควบคุมโรคระบุระยะฟักตัวโดยประมาณไว้ที่ 3–7 วัน แต่ช่วงเวลานี้ไม่ได้บอกแน่ชัดว่าได้รับเชื้อจากใครหรือเกิดจากเหตุการณ์ใด การเริ่มมีแผลหลังช่วงเวลาหนึ่งจึงไม่ควรนำไปใช้กล่าวโทษคู่นอน หากมีเพศสัมพันธ์กับผู้ที่อาจสัมผัสเชื้อ ควรพูดคุยเรื่องการตรวจอย่างไม่ตัดสินและให้บุคลากรทางการแพทย์แนะนำ

แผลที่อวัยวะเพศไม่ได้เกิดจากแผลริมอ่อนเสมอไป

เริมจากเชื้อ HSV และซิฟิลิสจากเชื้อ Treponema pallidum เป็นสาเหตุสำคัญที่ต้องแยกออกจากแผลริมอ่อน นอกจากนี้ยังอาจมีโรคติดต่ออื่น เช่น lymphogranuloma venereum, donovanosis หรือ mpox รวมถึงภาวะผิวหนังและโรคที่ไม่ได้เกิดจากการติดเชื้อ แนวทาง Genital Ulcers ของ NHS Scotland จึงเน้นการซักประวัติ ตรวจแผลและต่อมน้ำเหลือง และตรวจหาเชื้อที่เหมาะสม แทนการตัดสินจากความเจ็บ จำนวนแผล หรือภาพถ่ายอย่างเดียว

ผู้หญิงบางคนอาจไม่มีอาการ โดยเฉพาะเมื่อแผลอยู่ในช่องคลอดหรือปากมดลูก หากมีอาการอาจพบตกขาว ปัสสาวะแสบขัด หรือเจ็บขณะมีเพศสัมพันธ์ได้ ส่วนผู้ชายอาจสังเกตเห็นตุ่มหนองหรือแผลที่อวัยวะเพศ ข้อมูลเหล่านี้ช่วยบอกว่าควรไปตรวจ แต่ไม่สามารถบอกเชื้อที่เป็นสาเหตุได้แน่นอน

ทำไมต้องตรวจหาสาเหตุแทนการเดาจากแผล

การยืนยันแผลริมอ่อนทำได้ด้วยการเพาะเชื้อ H. ducreyi บนอาหารเลี้ยงเชื้อเฉพาะ แต่ห้องปฏิบัติการที่รองรับมีไม่ทั่วไปและการตรวจมีความไวจำกัด ตามข้อมูลของ CDC บางแห่งอาจมีการตรวจแบบ NAAT หรือ PCR ที่ห้องปฏิบัติการพัฒนาขึ้นเอง แต่บริการไม่ได้มีเหมือนกันทุกพื้นที่ แนวทาง WHO ปี 2021 อธิบายว่าการดูแลกลุ่มอาการ STI อาจต้องปรับตามการเข้าถึงห้องปฏิบัติการ ดังนั้นควรแจ้งประวัติและอาการให้ผู้ตรวจทราบ ไม่ควรตีความว่าผลตรวจจากสถานที่หนึ่งใช้แทนทุกการตรวจได้

ในการประเมิน แพทย์หรือบุคลากรทางการแพทย์อาจตรวจร่างกายและต่อมน้ำเหลือง เก็บตัวอย่างจากแผลเพื่อตรวจหา HSV ตามบริการที่มี ตรวจซิฟิลิสด้วยวิธีที่เหมาะสม และพิจารณาเพาะเชื้อหรือ NAAT สำหรับ H. ducreyi เมื่อมีห้องปฏิบัติการรองรับ การตรวจหลายด้านมีความสำคัญเพราะโรคบางชนิดอาจติดร่วมกันได้ และอาการของแผลแต่ละโรคอาจทับซ้อนกัน

ถ้าสงสัยหรือได้รับการวินิจฉัยควรทำอย่างไร

แผลริมอ่อนรักษาได้ด้วยยาต้านแบคทีเรียที่บุคลากรทางการแพทย์เลือกให้เหมาะกับการตรวจ สุขภาพโดยรวม การตั้งครรภ์ การให้นมบุตร ภูมิคุ้มกัน และแนวทางในพื้นที่ ไม่ควรซื้อยาปฏิชีวนะหรือใช้ยาของผู้อื่นเอง เพราะอาจรักษาไม่ตรงสาเหตุและทำให้ประเมินโรคอื่นล่าช้า ผู้ที่ได้รับการวินิจฉัยควรได้รับการตรวจ HIV ตามแนวทาง CDC และติดตามว่ารอยโรคตอบสนองต่อการรักษาหรือไม่

CDC แนะนำให้ตรวจประเมินซ้ำประมาณ 3–7 วันหลังเริ่มรักษา หากไม่เห็นแนวโน้มดีขึ้น ผู้ตรวจอาจต้องทบทวนสาเหตุอื่น การติดเชื้อร่วม การติดเชื้อ HIV การใช้ยาไม่ตรงตามคำแนะนำ หรือการดื้อยา แผลขนาดใหญ่อาจใช้เวลานานกว่าจะหาย และก้อนหนองที่ขาหนีบอาจต้องได้รับการดูแลโดยบุคลากรทางการแพทย์ ไม่ควรเจาะหรือกรีดเอง

เมื่อไรควรไปพบแพทย์เร็ว

ควรไปตรวจเมื่อมีแผล ตุ่มหนอง หรืออาการเจ็บบริเวณอวัยวะเพศ โดยเฉพาะเมื่อแผลเพิ่มจำนวน เจ็บมาก มีเลือดออก มีก้อนบวมเจ็บที่ขาหนีบ ปัสสาวะลำบาก หรืออาการไม่ดีขึ้น ผู้ตั้งครรภ์ ผู้ให้นมบุตร และผู้มีภูมิคุ้มกันบกพร่องควรแจ้งผู้ดูแลสุขภาพตั้งแต่ต้น หากมีไข้สูง ปวดบวมมาก แผลลุกลาม ปัสสาวะไม่ออก หรือเลือดออกมาก ให้ติดต่อสถานพยาบาลโดยเร็วตามความรุนแรง

คู่นอนที่มีเพศสัมพันธ์กับผู้ป่วยในช่วง 10 วันก่อนเริ่มมีอาการควรได้รับการประเมิน แม้ยังไม่มีอาการ ตามแนวทาง CDC ระหว่างรอการตรวจควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสแผลและงดเพศสัมพันธ์จนได้รับคำแนะนำที่เหมาะสม การตรวจและการพูดคุยเรื่องคู่นอนควรทำโดยไม่ตีตรา เพราะอาการเพียงอย่างเดียวไม่สามารถระบุเวลาหรือผู้ที่เป็นแหล่งติดเชื้อได้

อ่านภาพรวมสาเหตุ อาการ การตรวจ และแนวทางดูแลได้ที่ แผลริมอ่อนคืออะไร? อาการ สาเหตุ วิธีตรวจ และแนวทางรักษา

อ่านเพิ่มเติมในบทความภาพรวมของหมวดนี้เพื่อทำความเข้าใจอาการ การตรวจ และการดูแลที่เกี่ยวข้อง

มีข้อสงสัย คุยต่อได้

มีคำถามเกี่ยวกับสุขภาพทางเพศหรืออยากเข้าใจข้อมูลเพิ่มเติม? สามารถปรึกษาเรื่องสุขภาพผ่าน LINEได้อย่างเป็นส่วนตัว เลือกคุยเรื่องที่คุณอยากสอบถามได้เลย

คำถามที่พบบ่อย

แผลริมอ่อนเกิดจากเชื้ออะไร

เกิดจากแบคทีเรีย Haemophilus ducreyi ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่ทำให้เกิดแผลบริเวณอวัยวะเพศได้

แผลริมอ่อนติดต่ออย่างไร

ติดต่อหลักผ่านการมีเพศสัมพันธ์กับผู้ที่มีเชื้อ การเห็นแผลเจ็บหลังมีเพศสัมพันธ์ไม่ได้ยืนยันว่าเป็นแผลริมอ่อน จึงควรตรวจเพื่อแยกจากเริม ซิฟิลิส และสาเหตุอื่น

ระยะฟักตัวของแผลริมอ่อนนานแค่ไหน

ข้อมูลของกรมควบคุมโรคระบุไว้ประมาณ 3–7 วัน แต่ช่วงเวลานี้ใช้บอกแหล่งหรือวันที่รับเชื้อไม่ได้

ดูจากลักษณะแผลจะรู้ได้ไหมว่าเป็นแผลริมอ่อน

รู้ไม่ได้แน่นอน เพราะเริม ซิฟิลิส โรคติดต่ออื่น และภาวะที่ไม่ติดเชื้ออาจทำให้เกิดแผลคล้ายกัน ควรให้บุคลากรทางการแพทย์ตรวจและเลือกการตรวจทางห้องปฏิบัติการที่เหมาะสม

ถ้าสงสัยแผลริมอ่อนควรทำอย่างไร

ควรไปตรวจโดยเร็ว หลีกเลี่ยงการมีเพศสัมพันธ์ระหว่างรอคำแนะนำ ไม่ซื้อยาปฏิชีวนะใช้เอง และแจ้งเรื่องการตั้งครรภ์ การให้นมบุตร หรือภูมิคุ้มกันบกพร่องแก่ผู้ตรวจ

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

  1. Chancroid, Sexually Transmitted Infections Treatment Guidelines, 2021 Centers for Disease Control and Prevention · 2021 · ตรวจสอบ 2026-11-06
  2. Guidelines for the management of symptomatic sexually transmitted infections World Health Organization · 2021 · ตรวจสอบ 2026-11-06
  3. แผลริมอ่อน (Chancroid, Soft chancre) กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข · 2018 · ตรวจสอบ 2026-11-06
  4. Genital Ulcers (1252), Version 1 NHS Scotland, Right Decisions · 2025 · ตรวจสอบ 2026-11-06
อยากถามให้ชัดขึ้น?

มีข้อสงสัย ค่อย ๆ คุยกันได้

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสุขภาพทางเพศผ่าน LINE ได้อย่างเป็นส่วนตัว เลือกคุยเรื่องที่คุณอยากเข้าใจเพิ่มเติมได้เลย

ปรึกษาเรื่องสุขภาพผ่าน LINE
ปรึกษาเรื่องสุขภาพผ่าน LINE