ข้ามไปยังเนื้อหา
ความรู้สุขภาพทางเพศที่อ่านแล้วเข้าใจข้อมูลเพื่อการเรียนรู้ ไม่ใช่การวินิจฉัยเฉพาะบุคคล
แผลริมอ่อน

แผลริมอ่อนรักษาอย่างไร? การใช้ยาปฏิชีวนะ การดูแลคู่นอน และติดตามอาการ

แผลริมอ่อนใช้ยาปฏิชีวนะที่แพทย์เลือกตามการตรวจและปัจจัยเฉพาะบุคคล ควรติดตามอาการใน 3–7 วัน ดูแลคู่นอนที่สัมผัสในช่วง 10 วันก่อนเริ่มอาการ และระวังเป็นพิเศษเมื่อกำลังตั้งครรภ์หรือมี HIV

อยากถามให้ชัดขึ้น?

มีข้อสงสัย ค่อย ๆ คุยกันได้

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสุขภาพทางเพศผ่าน LINE ได้อย่างเป็นส่วนตัว เลือกคุยเรื่องที่คุณอยากเข้าใจเพิ่มเติมได้เลย

ปรึกษาเรื่องสุขภาพผ่าน LINE

คำตอบสั้น ๆ: แผลริมอ่อนรักษาด้วยยาปฏิชีวนะที่แพทย์เลือกตามผลตรวจ อาการ การแพ้ยา การตั้งครรภ์ การให้นมบุตร ภาวะ HIV และแนวทางในพื้นที่ ไม่ควรซื้อยาหรือใช้ยาของผู้อื่นเอง หลังเริ่มรักษาควรได้รับการประเมินซ้ำในไม่กี่วัน และคู่นอนที่มีเพศสัมพันธ์ในช่วง 10 วันก่อนเริ่มอาการควรได้รับการตรวจและดูแลแม้ไม่มีอาการ

บทความนี้เป็นบทความย่อยของ แผลริมอ่อนคืออะไร และไม่ใช่ใบสั่งยา ไม่ระบุขนาดยาเพราะการรักษาต้องปรับให้เหมาะกับแต่ละคน

สารบัญ

  1. ทำไมต้องตรวจและประเมินก่อนรักษา
  2. แนวทางยาปฏิชีวนะ
  3. การติดตามและการหายของแผล
  4. การดูแลคู่นอน
  5. การตั้งครรภ์ HIV และภาวะพิเศษ
  6. การดูแลตัวเองระหว่างรักษา

ทำไมต้องตรวจและประเมินก่อนรักษา

แผลริมอ่อน เริม ซิฟิลิส และโรคอื่นอาจทำให้เกิดแผลบริเวณเดียวกัน แต่ใช้การรักษาคนละแบบ แพทย์จึงต้องดูแผล สอบถามประวัติ และประเมินต่อมน้ำเหลืองก่อนเลือกยา การเพาะเชื้อ H. ducreyi ต้องใช้อาหารเลี้ยงเชื้อเฉพาะและอาจหาไม่ได้ทั่วไป ส่วน PCR/NAAT ก็มีเฉพาะบางห้องปฏิบัติการ ดังนั้นการวินิจฉัยอาจอาศัยข้อมูลทางคลินิกร่วมกับการตรวจโรคที่พบบ่อยกว่า ไม่ควรตีความว่าการตรวจลบครั้งเดียวตัดโรคได้ทุกกรณี

การตรวจที่แพทย์อาจพิจารณา

อาจมีการเก็บตัวอย่างจากแผลเพื่อตรวจ HSV และ H. ducreyi ตรวจซิฟิลิสจากแผลหรือเลือด และตรวจ HIV รวมถึงโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่นตามความเสี่ยง หากแผลไม่หายหรือมีลักษณะผิดปกติ แพทย์อาจส่งตรวจเพิ่มเติมเพื่อหาภาวะอักเสบ โรคผิวหนัง หรือมะเร็ง

แนวทางยาปฏิชีวนะ

ยาที่แพทย์อาจเลือก

CDC ระบุยาปฏิชีวนะหลายทางเลือกสำหรับแผลริมอ่อน เช่น azithromycin, ceftriaxone, ciprofloxacin หรือ erythromycin โดยผู้รักษาจะเลือกตามความเหมาะสม ไม่ใช่ให้ทุกคนใช้เหมือนกัน ปัจจัยที่ต้องพิจารณา ได้แก่ แพ้ยา โรคประจำตัว การทำงานของอวัยวะบางระบบ ยาที่ใช้อยู่ ความเป็นไปได้ของเชื้อดื้อยา และความพร้อมของการติดตาม [1]

การระบุชื่อยาในบทความเป็นเพียงความรู้ ไม่ใช่คำแนะนำให้ไปหาซื้อยา การใช้ยาผิดชนิดหรือหยุดยาเองอาจทำให้เชื้อยังอยู่ อาการกลับเป็นซ้ำ หรือทำให้แยกโรคอื่นยากขึ้น ไม่ควรใช้ยาปฏิชีวนะค้างเก่าและไม่ควรแบ่งยาให้คู่นอน

ถ้ามีก้อนหนอง

ต่อมน้ำเหลืองที่กลายเป็นก้อนหนองอาจต้องดูดหรือระบายโดยบุคลากรทางการแพทย์เพื่อบรรเทาความเจ็บและลดโอกาสเกิดแผลเรื้อรัง การเจาะ บีบ หรือกรีดเองไม่ใช่การดูแลที่ปลอดภัย เพราะเสี่ยงเลือดออก การติดเชื้อกระจาย และแผลเป็น

การติดตามและการหายของแผล

แนวทาง CDC แนะนำให้ประเมินซ้ำประมาณ 3–7 วันหลังเริ่มการรักษา อาการปวดมักดีขึ้นก่อน และการเปลี่ยนแปลงของแผลควรเห็นได้ภายในช่วงนี้ แผลขนาดใหญ่อาจต้องใช้เวลานานกว่า 2 สัปดาห์กว่าจะหายสนิท การที่แผลยังไม่ปิดทันทีไม่ได้แปลว่ายาล้มเหลว แต่ควรให้ผู้รักษาตรวจติดตาม ไม่ควรเพิ่มยาเอง [1]

ถ้าไม่ดีขึ้นหรือแย่ลง

หากไม่เห็นการดีขึ้น แผลขยาย มีแผลใหม่ มีไข้ หรือปวดบวมมากขึ้น แพทย์จะทบทวนว่าเป็นโรคอื่น มีการติดเชื้อร่วม เชื้อดื้อยา ใช้ยาไม่ครบ หรือมี HIV/ภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่องหรือไม่ ผู้ชายที่ไม่ได้ขลิบและผู้ติดเชื้อ HIV อาจหายช้ากว่าและต้องติดตามใกล้ชิด การหายของแผลไม่ได้ยืนยันว่าไม่มีโรคอื่น จึงควรทำการตรวจตามนัด

การดูแลคู่นอน

คู่นอนที่มีเพศสัมพันธ์กับผู้ป่วยในช่วง 10 วันก่อนเริ่มอาการควรได้รับการตรวจและพิจารณารักษา ไม่ว่ามีแผลหรืออาการหรือไม่ เพราะอาจติดเชื้อโดยไม่รู้ตัว ควรให้สถานพยาบาลช่วยแนะนำวิธีแจ้งคู่นอนที่รักษาความเป็นส่วนตัวและไม่กล่าวโทษกัน

ควรงดเพศสัมพันธ์จนกว่าผู้ป่วยและคู่นอนที่เกี่ยวข้องจะได้รับการดูแลตามคำแนะนำและแผลหายดี การกลับมามีเพศสัมพันธ์เร็วเกินไปอาจทำให้แผลระคายเคืองและเพิ่มโอกาสแพร่เชื้อ แม้เริ่มยาแล้วก็ตาม

การตั้งครรภ์ HIV และภาวะพิเศษ

ตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร

ผู้ที่ตั้งครรภ์ วางแผนตั้งครรภ์ หรือให้นมบุตรต้องแจ้งผู้รักษาก่อนเลือกยา ยาบางชนิดมีข้อควรระวังแตกต่างกันระหว่างการตั้งครรภ์และให้นม จึงไม่ควรนำสูตรยาจากอินเทอร์เน็ตไปใช้เอง หากมีแผลขณะตั้งครรภ์ควรติดต่อสถานพยาบาลเร็วเพื่อยืนยันสาเหตุและลดความเสี่ยงจากการติดเชื้อร่วม

HIV หรือภูมิคุ้มกันบกพร่อง

แผลริมอ่อนเพิ่มความเสี่ยงการรับและแพร่ HIV และผู้ติดเชื้อ HIV อาจตอบสนองต่อยาช้ากว่า แผลหายช้าหรือกลับมีปัญหาได้ จึงควรตรวจ HIV ตามคำแนะนำและมาตามนัด หากมี HIV อยู่แล้วควรแจ้งทีมรักษาเพื่อวางแผนติดตามที่เหมาะสม

สัญญาณอันตราย

ไปพบแพทย์ด่วนหากมีไข้สูง หนาวสั่น ปวดมากจนปัสสาวะไม่ออก บวมแดงลุกลาม เลือดออกมาก ก้อนหนองที่ขาหนีบโตเร็ว หรือมีอาการซึม/อ่อนแรงผิดปกติ ไม่ควรรอให้ยาที่ซื้อเองออกฤทธิ์ โดยเฉพาะผู้ตั้งครรภ์ ผู้มี HIV หรือผู้มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง

การดูแลตัวเองระหว่างรักษา

  • ทำความสะอาดภายนอกอย่างอ่อนโยนและซับให้แห้ง หลีกเลี่ยงสบู่แรง น้ำหอม และการขัดถูแผล
  • สวมเสื้อผ้าที่ไม่รัดแน่นเพื่อลดการเสียดสี และเปลี่ยนผ้าปิดแผลตามคำแนะนำหากมี
  • งดเพศสัมพันธ์ รวมถึงการสัมผัสแผลโดยตรง จนกว่าจะได้รับอนุญาตจากผู้รักษาและแผลหายดี
  • รับประทานหรือใช้ยาตามที่สั่งและมาตามนัด หากแพ้ยาหรือมีอาการผิดปกติให้ติดต่อสถานพยาบาล ไม่ปรับยาเอง

อ่านภาพรวมของโรคได้ที่ แผลริมอ่อนคืออะไร และดูการแยกจากเริมกับซิฟิลิสที่ แผลริมอ่อนกับเริมและซิฟิลิสต่างกันอย่างไร

คำถามที่พบบ่อย

แผลริมอ่อนต้องใช้ยาอะไร?

แพทย์อาจเลือกยาปฏิชีวนะหลายชนิดตามแนวทางและปัจจัยของผู้ป่วย เช่น azithromycin, ceftriaxone, ciprofloxacin หรือ erythromycin แต่ไม่ควรซื้อหรือเลือกใช้เอง

แผลริมอ่อนกี่วันหาย?

อาการมักเริ่มดีขึ้นภายในไม่กี่วันหลังได้รับการรักษาที่เหมาะสม แต่แผลใหญ่หรือมีภาวะแทรกซ้อนอาจใช้เวลานานกว่า 2 สัปดาห์ ต้องมาติดตามตามนัด

ทำไมต้องรักษาคู่นอนทั้งที่คู่นอนไม่มีอาการ?

คู่นอนในช่วง 10 วันก่อนเริ่มอาการอาจติดเชื้อโดยไม่รู้ตัว จึงควรได้รับการตรวจและการดูแลเพื่อป้องกันการแพร่เชื้อและการติดกลับไปมา

ตั้งครรภ์ใช้ยารักษาแผลริมอ่อนได้ไหม?

ต้องให้แพทย์เป็นผู้เลือกยา เพราะยาบางชนิดมีข้อควรระวังในครรภ์และช่วงให้นมบุตร ผู้ตั้งครรภ์ที่มีแผลควรติดต่อสถานพยาบาลเร็วและไม่รักษาเอง

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

  1. Chancroid — STI Treatment Guidelines 2021 Centers for Disease Control and Prevention (CDC) · 2021 · ตรวจสอบ 2026-11-06
  2. Guidelines for the management of symptomatic sexually transmitted infections World Health Organization (WHO) · 2021 · ตรวจสอบ 2026-11-06
  3. แผลริมอ่อน (Chancroid, Soft chancre) กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข · 2018 · ตรวจสอบ 2026-11-06
  4. Genital Ulcers (1252) — page reviewed 14 January 2026; PDF approved December 2025 NHS Scotland / Right Decisions (Sandyford Guidelines) · 2026 · ตรวจสอบ 2026-11-06
  5. Genital Ulcers (1252) — Sandyford Clinical Guideline PDF approved 1 December 2025 NHS Scotland / Right Decisions (Sandyford Guidelines) · 2025 · ตรวจสอบ 2026-11-06
  6. 2017 European guideline for the management of chancroid International Union against Sexually Transmitted Infections (IUSTI) · 2017 · ตรวจสอบ 2026-11-06
อยากถามให้ชัดขึ้น?

มีข้อสงสัย ค่อย ๆ คุยกันได้

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสุขภาพทางเพศผ่าน LINE ได้อย่างเป็นส่วนตัว เลือกคุยเรื่องที่คุณอยากเข้าใจเพิ่มเติมได้เลย

ปรึกษาเรื่องสุขภาพผ่าน LINE
ปรึกษาเรื่องสุขภาพผ่าน LINE