แผลริมอ่อนในผู้หญิงอาจต่างจากภาพที่หลายคนคาด เพราะแผลอาจอยู่ในตำแหน่งที่มองไม่เห็นและบางคนไม่มีอาการเลย หากมีแผล เจ็บบริเวณอวัยวะเพศ ตกขาวผิดปกติ หรือปัสสาวะแสบ ไม่ควรพยายามสรุปจากรูปหรือค้นหาคำตอบจากลักษณะเพียงอย่างเดียว บทความเรื่อง แผลริมอ่อนคืออะไร ช่วยปูพื้นฐานของโรค ส่วนหน้านี้เน้นสิ่งที่ผู้หญิงควรสังเกตและเตรียมตัวเมื่อไปตรวจ

แผลริมอ่อนในผู้หญิงคืออะไร
แผลริมอ่อน หรือ chancroid เกิดจากแบคทีเรีย Haemophilus ducreyi และติดต่อได้จากการมีเพศสัมพันธ์ กรมควบคุมโรคระบุระยะฟักตัวโดยประมาณ 3–7 วัน แต่ช่วงเวลานี้ไม่ใช่เกณฑ์ยืนยันว่าแผลที่เกิดขึ้นเป็นแผลริมอ่อน เพราะแผลบริเวณอวัยวะเพศมีสาเหตุได้หลายอย่าง ข้อมูลกรมควบคุมโรคเรื่องแผลริมอ่อน
อาการผู้หญิงอาจไม่ชัดเจน
ข้อมูลภาษาไทยของกรมควบคุมโรคระบุว่าผู้หญิงจำนวนมากอาจไม่ปรากฏอาการ หากแผลอยู่ในช่องคลอดหรือปากมดลูก แผลอาจมองไม่เห็นจากภายนอก และอาจมีตกขาว ปัสสาวะแสบขัด หรือเจ็บขณะมีเพศสัมพันธ์แทน อาการเหล่านี้ไม่ได้ยืนยันว่าเป็นแผลริมอ่อน เพราะพบได้จากภาวะอื่นด้วย
หากมีอาการที่ผิวด้านนอก อาจเห็นแผลที่เจ็บมาก แผลอาจมีหลายตำแหน่งและมีขอบนิ่มหรือไม่เรียบ ต่อมน้ำเหลืองที่ขาหนีบอาจบวมและกดเจ็บได้ แต่ไม่ได้พบในทุกคน CDC ระบุว่าต่อมน้ำเหลืองขาหนีบอักเสบพบได้น้อยกว่าครึ่งหนึ่งของผู้ป่วย ดังนั้นการไม่มีต่อมน้ำเหลืองบวมก็ไม่ได้ตัดโรค และการมีแผลเจ็บก็ไม่ได้ยืนยันโรคเช่นกัน แนวทาง CDC เรื่อง chancroid
ทำไมดูจากแผลหรือตกขาวอย่างเดียวไม่ได้
แผลอวัยวะเพศอาจเกิดจากเริม ซิฟิลิส ต่อมน้ำเหลืองอักเสบจากเชื้อบางชนิด โรคโดโนวาโนซิส หรือ mpox ได้ นอกจากนี้ยังมีสาเหตุที่ไม่ใช่การติดเชื้อ เช่น โรคผิวหนัง โรคเบเชต์ และรอยโรคบางชนิดที่ต้องประเมินเพิ่มเติม แนวทาง NHS Scotland เน้นการซักประวัติ ตรวจแผลและต่อมน้ำเหลือง รวมถึงตรวจคัดกรองโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ เพราะลักษณะของแผลบางโรคคล้ายกันและอาจติดเชื้อร่วมกันได้ แนวทาง NHS Scotland เรื่อง genital ulcers
สี กลิ่น หรือปริมาณของตกขาวไม่สามารถใช้วินิจฉัยแผลริมอ่อนได้ หากมีตกขาวร่วมกับแผล ปัสสาวะแสบ หรือเจ็บขณะมีเพศสัมพันธ์ ควรบอกอาการทั้งหมดแก่ผู้ตรวจ และหลีกเลี่ยงการสวนล้างช่องคลอดหรือซื้อยามาใช้เพื่อกลบอาการก่อนตรวจ
แพทย์อาจตรวจอะไรบ้าง
การตรวจเริ่มจากถามลำดับเวลา ตำแหน่งและจำนวนแผล อาการปวด การมีไข้ ประวัติการสัมผัสทางเพศ ยาที่ใช้อยู่ การตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร และปัจจัยเสี่ยงอื่น จากนั้นอาจตรวจแผลภายนอก ตรวจภายในตามความจำเป็น และคลำต่อมน้ำเหลืองที่ขาหนีบ โดยควรสื่อสารความกังวลและขอให้ผู้ตรวจอธิบายก่อนทำหัตถการทุกครั้ง
การตรวจเพิ่มเติมอาจรวมถึงการเก็บสารจากแผลเพื่อตรวจเริม การตรวจซิฟิลิส และการตรวจ HIV หรือโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่นตามความเสี่ยง หากสถานพยาบาลมีห้องปฏิบัติการรองรับ อาจเพาะเชื้อหรือทำ NAAT/PCR หา H. ducreyi ได้ แต่การเพาะเชื้อใช้สื่อเพาะเชื้อเฉพาะและการตรวจชนิดนี้ไม่ได้มีให้บริการทั่วไป จึงควรใช้ผลตรวจร่วมกับการประเมินของบุคลากร ไม่รอการตรวจชนิดเดียวจนเลื่อนการดูแลที่จำเป็น แนวทาง WHO สำหรับผู้มีอาการ STI
หลักการรักษาและข้อควรระวังสำหรับผู้หญิง
เมื่อแพทย์ประเมินว่าเข้าได้กับแผลริมอ่อน การรักษาหลักใช้ยาต้านแบคทีเรียที่เหมาะกับผู้ป่วยและแนวทางในพื้นที่ การเลือกยาไม่ควรทำเอง เพราะต้องคำนึงถึงผลตรวจ การตั้งครรภ์ การให้นมบุตร การติดเชื้อ HIV โรคร่วม การแพ้ยา และข้อมูลการดื้อยา การรักษาที่เหมาะสมช่วยให้การติดเชื้อและอาการดีขึ้นและลดโอกาสแพร่เชื้อ แต่แผลขนาดใหญ่หรือโรคที่เป็นมากอาจหายช้าและเกิดแผลเป็นหรือทางเชื่อมได้
หากกำลังตั้งครรภ์ ให้นมบุตร หรือมีภูมิคุ้มกันบกพร่อง ควรบอกผู้ตรวจตั้งแต่ต้น ไม่ควรหยิบยาปฏิชีวนะที่เหลืออยู่หรือยาของผู้อื่นมาใช้ และไม่ควรปรับหรือหยุดยาที่ได้รับเอง หากมีอาการแพ้ยา หรืออาการแย่ลงหลังเริ่มดูแล ควรติดต่อสถานพยาบาล
หลังเริ่มรักษาควรติดตามอย่างไร
CDC แนะนำให้ตรวจติดตามซ้ำประมาณ 3–7 วันหลังเริ่มรักษา โดยอาการมักเริ่มดีขึ้นภายในไม่กี่วันและเห็นการเปลี่ยนแปลงชัดขึ้นภายในหนึ่งสัปดาห์ แผลใหญ่กว่านั้นอาจใช้เวลานานกว่า 2 สัปดาห์ หากไม่ดีขึ้นตามที่คาด แผลเพิ่มขึ้น หรือยังปวดมาก ควรกลับไปพบผู้ตรวจเพื่อทบทวนการวินิจฉัย ตรวจหาโรคอื่นหรือการติดเชื้อร่วม และประเมินการตอบสนองต่อการรักษา ไม่ควรเพิ่มยาเอง คำแนะนำการติดตามของ CDC
คู่นอนที่มีเพศสัมพันธ์กับผู้ป่วยในช่วง 10 วันก่อนเริ่มมีอาการควรได้รับการตรวจและดูแล แม้ยังไม่มีอาการ การพักการมีเพศสัมพันธ์จนกว่าผู้ป่วยและคู่นอนจะได้รับการประเมินและดูแลตามคำแนะนำ ช่วยลดโอกาสส่งต่อเชื้อ และเป็นโอกาสให้ทั้งสองฝ่ายได้ตรวจโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่อาจไม่มีอาการ
เมื่อไรควรพบแพทย์เร็ว
ควรนัดตรวจเมื่อพบแผลบริเวณอวัยวะเพศทุกชนิด โดยเฉพาะแผลที่เจ็บมาก เป็นหลายแผล หรือมีตกขาวและปัสสาวะแสบขัดร่วมด้วย ควรไปพบแพทย์เร็วขึ้นหากกำลังตั้งครรภ์ มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง มีไข้สูง ปวดหรือบวมมาก แผลลุกลาม เลือดออกมาก ปัสสาวะไม่ออก หรือมีก้อนบวมเจ็บที่ขาหนีบคล้ายมีหนอง หากอาการรุนแรงหรือฉุกเฉิน ให้ติดต่อสถานพยาบาลโดยตรง
อ่านเพิ่มเติมในบทความภาพรวมของหมวดนี้เพื่อทำความเข้าใจอาการ การตรวจ และการดูแลที่เกี่ยวข้อง
มีข้อสงสัย คุยต่อได้
มีคำถามเกี่ยวกับสุขภาพทางเพศหรืออยากเข้าใจข้อมูลเพิ่มเติม? สามารถปรึกษาเรื่องสุขภาพผ่าน LINEได้อย่างเป็นส่วนตัว เลือกคุยเรื่องที่คุณอยากสอบถามได้เลย

