แผลริมอ่อนหรือ chancroid เกิดจากแบคทีเรีย Haemophilus ducreyi แผลที่เจ็บมากและต่อมน้ำเหลืองขาหนีบกดเจ็บอาจทำให้นึกถึงโรคนี้ แต่ยังไม่ใช่ผลยืนยัน การตรวจควรทำโดยบุคลากรทางการแพทย์ เพราะแผลอวัยวะเพศมีหลายสาเหตุและอาจเกิดการติดเชื้อร่วมกันได้ ข้อมูลของกรมควบคุมโรคระบุลักษณะอาการพื้นฐานของแผลริมอ่อน แต่ไม่ได้หมายความว่าทุกคนจะมีลักษณะเหมือนกัน ข้อมูลแผลริมอ่อนของกรมควบคุมโรค
คำตอบสั้น ๆ คือ การยืนยันจำเพาะที่สุดต้องตรวจหา H. ducreyi จากแผล ไม่ใช่ตัดสินจากภาพ สี ขอบแผล จำนวนแผล หรือความเจ็บเพียงอย่างเดียว อย่างไรก็ตาม การตรวจที่จำเพาะอาจไม่มีในทุกห้องปฏิบัติการ และการเก็บตัวอย่างหรือผลตรวจที่ไม่พบเชื้อก็ต้องให้แพทย์ตีความร่วมกับอาการและการตรวจโรคอื่น

ทำไมแยกแผลริมอ่อนด้วยตาไม่ได้
ลักษณะภายนอกช่วยตั้งข้อสงสัยได้ แต่ทับซ้อนกับโรคอื่นมาก แผลริมอ่อนมักถูกอธิบายว่าเป็นแผลลึกและเจ็บ ส่วนเริมมักเริ่มจากตุ่มน้ำหรือแผลตื้นหลายตำแหน่ง และซิฟิลิสระยะแรกมักเป็นแผลเดี่ยวที่ไม่เจ็บและมีฐานหรือขอบแข็ง ลักษณะเหล่านี้เป็นเพียงแนวโน้ม ไม่ใช่กฎตายตัวสำหรับใช้วินิจฉัยตนเอง แนวทางแผลอวัยวะเพศของ NHS Scotland จึงให้ประเมินประวัติ ตรวจร่างกาย และตรวจทางห้องปฏิบัติการประกอบกัน แนวทาง NHS Scotland เรื่อง genital ulcers
- แผลที่เจ็บหรือมีหนองทำให้นึกถึงการติดเชื้อบางชนิดได้ แต่ไม่ได้ชี้ไปที่เชื้อเดียว
- ต่อมน้ำเหลืองขาหนีบที่บวม กดเจ็บ หรือเป็นหนองช่วยประกอบการประเมินได้ แต่แนวทาง CDC ระบุว่าการอักเสบของต่อมน้ำเหลืองพบไม่ถึงครึ่งหนึ่งของผู้ป่วย ดังนั้นไม่มีต่อมน้ำเหลืองก็ไม่ตัดแผลริมอ่อนทิ้ง
- แผลที่ดูคล้ายกันอาจมาจากเริม ซิฟิลิส LGV, donovanosis, mpox หรือภาวะไม่ติดเชื้อ เช่น โรคผิวหนัง โรคภูมิคุ้มกัน และเนื้องอก โดยเฉพาะเมื่อแผลไม่หายหรือผิดลักษณะ
ตรวจอะไรจึงเรียกว่ายืนยัน
ตาม CDC STI Treatment Guidelines 2021 การวินิจฉัยยืนยันต้องตรวจพบ H. ducreyi ด้วยการเพาะเชื้อบนอาหารเลี้ยงเชื้อพิเศษ อาหารชนิดนี้หาได้ไม่กว้างขวางจากแหล่งพาณิชย์ทั่วไป และแม้ใช้สื่อเพาะเชื้อที่เหมาะสม ความไวของการเพาะเชื้อยังต่ำกว่า 80% จึงต้องเข้าใจว่าผลลบไม่ได้มีความหมายเท่ากับ “ไม่ใช่แน่นอน” ในทุกกรณี CDC Chancroid, STI Treatment Guidelines 2021
บางห้องปฏิบัติการอาจมีการตรวจ NAAT หรือ PCR สำหรับ H. ducreyi แต่บริการและการตรวจสอบความใช้ได้ของวิธีแตกต่างกันตามประเทศและห้องปฏิบัติการ CDC ระบุว่าในสหรัฐอเมริกาไม่มี NAAT ที่ FDA รับรองสำหรับเชื้อนี้ แต่ห้องปฏิบัติการทางคลินิกบางแห่งอาจพัฒนาวิธีตรวจของตนเองและผ่านการตรวจสอบตามข้อกำหนดได้ ดังนั้นไม่ควรสัญญาว่าคลินิกหรือโรงพยาบาลทุกแห่งมีชุดตรวจนี้
เมื่อไม่มีผลเพาะเชื้อ แพทย์ประเมิน probable diagnosis อย่างไร
เมื่อการตรวจยืนยันเข้าถึงยาก แพทย์อาจพิจารณาว่าเป็นการวินิจฉัยที่น่าจะเป็นได้ก็ต่อเมื่อข้อมูลหลายส่วนสอดคล้องกัน ไม่ใช่เพราะเห็นแผลแล้วสรุปทันที เกณฑ์ทั้งชุดตาม CDC 2021 ประกอบด้วย
- มีแผลอวัยวะเพศอย่างน้อยหนึ่งแผลและแผลเจ็บ
- ลักษณะแผลและอาการโดยรวม รวมถึงต่อมน้ำเหลืองถ้ามี เข้ากันได้กับแผลริมอ่อน
- ไม่มีหลักฐานการติดเชื้อ Treponema pallidum ซึ่งเป็นเชื้อซิฟิลิส จากการตรวจสารคัดหลั่ง/น้ำจากแผลหรือการตรวจเลือดซิฟิลิส โดยการตรวจเลือดอาจต้องทำหลังเริ่มมีแผลอย่างน้อย 7–14 วันตามบริบทของการตรวจ
- ผล NAAT หรือการเพาะเชื้อ HSV-1/HSV-2 จากสารคัดหลั่งหรือน้ำจากแผลเป็นลบ
เกณฑ์นี้เป็นกรอบให้ผู้ตรวจใช้รวมหลักฐานและตัดโรคที่พบบ่อยกว่า ไม่ใช่รายการให้ผู้ป่วยเช็กเองจากภาพถ่าย หากผลตรวจซิฟิลิสหรือเริมยังอยู่ในช่วงที่ตรวจได้ยาก แพทย์อาจนัดตรวจซ้ำหรือเลือกวิธีอื่นตามประวัติและบริการที่มี
ไปตรวจแล้วอาจเจอขั้นตอนอะไรบ้าง
ผู้ตรวจอาจถามเวลาที่เริ่มเป็น การเปลี่ยนแปลงของแผล การสัมผัสทางเพศสัมพันธ์ การเดินทาง และอาการร่วม จากนั้นตรวจแผลกับต่อมน้ำเหลืองขาหนีบอย่างสุภาพและขอความยินยอมก่อนเก็บตัวอย่าง การตรวจอาจรวมการป้ายสารคัดหลั่งจากแผลเพื่อหา HSV หรือเชื้ออื่น การตรวจเลือดซิฟิลิส และการตรวจ HIV หรือโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่นตามความเสี่ยงและแนวทางในพื้นที่ การตรวจที่ได้จึงอาจไม่เหมือนกันทุกคน
WHO Guidelines for the management of symptomatic sexually transmitted infections 2021 ระบุว่าในพื้นที่ที่การตรวจทางห้องปฏิบัติการไม่มีหรือเข้าถึงยาก การดูแลแบบอิงกลุ่มอาการยังเป็นแนวทางที่ใช้ในทางคลินิกได้ จุดนี้หมายถึงผู้ให้บริการต้องประเมินและดูแลตามแนวทางท้องถิ่น ไม่ใช่หลักฐานว่าผู้ป่วยสามารถยืนยันแผลริมอ่อนจากอาการด้วยตนเอง และไม่ใช่เหตุผลให้ซื้อยามาใช้เอง WHO Guidelines for the management of symptomatic sexually transmitted infections 2021
ถ้าประเมินว่าเป็นแผลริมอ่อนแล้วต้องทำอย่างไร
แผลริมอ่อนรักษาได้ด้วยยาต้านแบคทีเรียที่ผู้ให้บริการเลือกให้เหมาะกับการวินิจฉัย ประวัติสุขภาพ การตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร ภูมิคุ้มกัน และแนวทางในพื้นที่ ไม่ควรเลือกยาเองหรือใช้ยาที่เหลือจากครั้งก่อน หลังเริ่มรักษา CDC แนะนำให้กลับไปประเมินซ้ำในช่วง 3–7 วัน หากไม่เห็นการดีขึ้นควรทบทวนการวินิจฉัย การติดเชื้อร่วม HIV การใช้ยา และความไวต่อยา แผลขนาดใหญ่อาจใช้เวลานานกว่าสองสัปดาห์กว่าจะหาย จึงไม่ควรใช้ระยะเวลาของแผลอย่างเดียวตัดสินว่าเป็นหรือไม่เป็นโรค
เมื่อไรควรไปพบแพทย์เร็ว
ควรไปตรวจเมื่อมีแผล ตุ่มแตก หรือก้อนเจ็บบริเวณอวัยวะเพศ โดยเฉพาะถ้าแผลเจ็บมาก ลุกลาม มีไข้ ปวดบวมมาก มีเลือดออกมาก ปัสสาวะไม่ออก หรือมีก้อนหนองที่ขาหนีบ ผู้ตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร และผู้มีภูมิคุ้มกันบกพร่องควรแจ้งผู้ตรวจตั้งแต่ต้นเพื่อเลือกการประเมินและการดูแลที่เหมาะสม หากอาการรุนแรงหรือทรุดเร็วให้ติดต่อสถานพยาบาลโดยตรง การตรวจเร็วช่วยให้ประเมินแผลและวางแผนเก็บตัวอย่างได้ตามบริการที่มี
หากต้องการอ่านภาพรวมของโรค สามารถกลับไปที่ คู่มือแผลริมอ่อน ได้ บทความนี้ตรวจสอบข้อมูลเมื่อ 2026-11-06 โดยแยกปีของแนวทางออกจากวันที่ตรวจสอบไว้ในแหล่งอ้างอิง เพื่อไม่ทำให้แนวทางปี 2021 ดูเป็นแนวทางใหม่กว่าความเป็นจริง
อ่านเพิ่มเติมในบทความภาพรวมของหมวดนี้เพื่อทำความเข้าใจอาการ การตรวจ และการดูแลที่เกี่ยวข้อง
มีข้อสงสัย คุยต่อได้
มีคำถามเกี่ยวกับสุขภาพทางเพศหรืออยากเข้าใจข้อมูลเพิ่มเติม? สามารถปรึกษาเรื่องสุขภาพผ่าน LINEได้อย่างเป็นส่วนตัว เลือกคุยเรื่องที่คุณอยากสอบถามได้เลย


