หนองใน หรือ gonorrhea เป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่เกิดจากแบคทีเรีย Neisseria gonorrhoeae เชื้ออาจอยู่ที่อวัยวะเพศ ท่อปัสสาวะ ปากมดลูก คอ หรือทวารหนักได้ โรคนี้รักษาให้หายได้เมื่อได้รับการตรวจและยาที่เหมาะสม แต่หากปล่อยไว้ อาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนต่อระบบสืบพันธุ์ การมองเห็น หรือข้อต่อได้
สิ่งสำคัญ: อาการแสบปัสสาวะ หนอง หรือตกขาวไม่ได้ยืนยันว่าเป็นหนองในแท้ และสีของสารคัดหลั่งบอกสาเหตุไม่ได้แน่นอน หากมีความเสี่ยง คู่นอนมีผลตรวจเป็นบวก หรือมีอาการ ควรเข้ารับการตรวจแทนการซื้อยากินเองหนองในคืออะไร และหนองในแท้ต่างจากหนองในเทียมอย่างไร
หนองในแท้คือการติดเชื้อ N. gonorrhoeae ซึ่งเป็นแบคทีเรียคนละชนิดกับเชื้อที่ทำให้เกิดหนองในเทียม คำว่า “หนองในเทียม” มักใช้เรียกภาวะท่อปัสสาวะหรือปากมดลูกอักเสบที่ไม่ได้เกิดจากหนองในแท้ โดยมีสาเหตุได้หลายอย่าง เช่น Chlamydia trachomatis และเชื้ออื่น อาการของทั้งสองภาวะอาจคล้ายกัน จึงไม่ควรสรุปจากการมีหนองหรือแสบปัสสาวะเพียงอย่างเดียว
หนองในแพร่ผ่านสารคัดหลั่งระหว่างเพศสัมพันธ์ทางช่องคลอด ทางทวารหนัก หรือทางปาก โดยเฉพาะเมื่อไม่ได้ใช้ถุงยางอนามัยอย่างถูกต้อง เชื้อไม่ได้เลือกว่าจะติดเฉพาะผู้ชายหรือผู้หญิง และการไม่มีอาการไม่ได้แปลว่าไม่มีเชื้อ
ติดต่ออย่างไร และกี่วันจึงเริ่มมีอาการ
อาการอาจเริ่มภายในไม่กี่วันถึงประมาณสองสัปดาห์หลังสัมผัสเชื้อ แต่ช่วงเวลานี้แปรผัน และบางคนไม่มีอาการเลย โดยเฉพาะการติดเชื้อที่คอและผู้หญิงที่ติดเชื้อบริเวณปากมดลูก การมีเพศสัมพันธ์กับผู้ติดเชื้อเพียงครั้งเดียวก็มีความเสี่ยงได้ และคนที่เคยรักษาแล้วสามารถติดซ้ำจากคู่นอนคนเดิมที่ยังไม่ได้รักษาหรือจากคู่นอนใหม่
ความเสี่ยงเพิ่มขึ้นเมื่อมีคู่นอนใหม่หรือหลายคน ใช้ถุงยางไม่สม่ำเสมอ เคยมีโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ หรือมีเพศสัมพันธ์ทางปากและทวารหนักโดยไม่ได้บอกตำแหน่งสัมผัสแก่ผู้ตรวจ การซักประวัติเป็นความลับช่วยให้เลือกตัวอย่างตรวจได้ตรงจุด ไม่ใช่การตัดสินพฤติกรรม
อาการหนองในในผู้ชายและผู้หญิง
อาการที่พบบ่อยในผู้ชาย
อาจมีแสบหรือขัดเวลาปัสสาวะ มีสารคัดหลั่งสีขาว เหลือง หรือเขียวออกจากปลายองคชาต หรือมีอาการเจ็บและบวมบริเวณอัณฑะ อย่างไรก็ตาม อาการเหล่านี้พบได้จากท่อปัสสาวะอักเสบหลายสาเหตุ ไม่ใช่หลักฐานยืนยันหนองในแท้
อาการที่พบบ่อยในผู้หญิง
ผู้หญิงจำนวนมากไม่มีอาการ หรือมีอาการเพียงเล็กน้อยจนเข้าใจว่าเป็นกระเพาะปัสสาวะอักเสบหรือช่องคลอดอักเสบ หากมีอาการอาจแสบปัสสาวะ มีสารคัดหลั่งจากช่องคลอดเพิ่มขึ้น เลือดออกระหว่างรอบเดือนหรือหลังมีเพศสัมพันธ์ และบางรายมีปวดท้องน้อย
อาการที่คอ ทวารหนัก และตา
หนองในที่คอมักไม่มีอาการ แต่อาจเจ็บคอหรือคอแดงได้ การติดเชื้อที่ทวารหนักอาจมีสารคัดหลั่ง คัน เจ็บ เลือดออก หรือเจ็บขณะถ่าย ส่วนตาอาจแดง ปวด หรือมีหนอง อาการภายนอกทุกแบบซ้อนทับกับโรคอื่นได้ จึงควรตรวจเพื่อแยกสาเหตุ
อย่าใช้สีเหลืองหรือสีเขียวของสารคัดหลั่งเป็นตัวตัดสินว่าเป็นหนองใน เพราะสี กลิ่น และปริมาณได้รับอิทธิพลจากหลายภาวะ รวมถึงการอักเสบจากเชื้ออื่น การตรวจทางห้องปฏิบัติการและการตรวจร่างกายมีความสำคัญกว่า
การตรวจหนองในทำอย่างไร
เก็บตัวอย่างจากตำแหน่งที่มีความเสี่ยง
บุคลากรทางการแพทย์จะซักอาการ ประวัติการสัมผัส และตรวจร่างกาย จากนั้นอาจตรวจปัสสาวะหรือเก็บ swab จากช่องคลอด ปากมดลูก ท่อปัสสาวะ คอ หรือทวารหนักตามตำแหน่งที่มีอาการและรูปแบบเพศสัมพันธ์ การตรวจแบบโมเลกุลหรือ NAAT เป็นวิธีที่ใช้กันมาก ส่วนการเพาะเชื้ออาจจำเป็นเมื่อสงสัยเชื้อดื้อยาหรือรักษาแล้วอาการไม่หาย
การตรวจปัสสาวะอย่างเดียวอาจไม่พบหนองในที่คอหรือทวารหนัก หากมีเพศสัมพันธ์ทางปากหรือทางทวารหนักควรบอกผู้ตรวจอย่างตรงไปตรงมาเพื่อพิจารณาเก็บตัวอย่างเพิ่ม บางสถานพยาบาลให้ผู้รับบริการเก็บ swab เองได้ภายใต้คำแนะนำ
โรคที่อาจมีอาการคล้ายกัน
ท่อปัสสาวะอักเสบจากคลามัยเดีย เชื้อไมโคพลาสมา การระคายเคืองทางเคมี และการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะอาจทำให้แสบปัสสาวะได้ ส่วนตกขาวอาจเกี่ยวข้องกับเชื้อรา ภาวะแบคทีเรียในช่องคลอดเสียสมดุล หรือพยาธิช่องคลอด ปวดท้องน้อยอาจเกิดจากอุ้งเชิงกรานอักเสบหลายสาเหตุ การแยกโรคต้องอาศัยประวัติ ตรวจร่างกาย และการตรวจที่เหมาะสม
วิธีรักษาหนองใน
หนองในรักษาด้วยยาปฏิชีวนะตามแนวทางปัจจุบัน โดยบุคลากรทางการแพทย์จะเลือกวิธีให้ยาให้เหมาะกับตำแหน่งติดเชื้อ ความรุนแรง ประวัติแพ้ยา การตั้งครรภ์ ผลตรวจโรคร่วม และแนวโน้มการดื้อยา ยาที่เคยใช้ในอดีตบางชนิดอาจไม่เหมาะในปัจจุบัน จึงไม่ควรซื้อยาค้างหรือใช้ยาของผู้อื่น
การรักษาไม่ได้ย้อนความเสียหายถาวรที่เกิดขึ้นแล้ว และไม่ได้ป้องกันการติดเชื้อครั้งใหม่ หลังรักษาควรทำตามนัด หากอาการไม่ดีขึ้นภายในไม่กี่วันหรือกลับมาเป็นซ้ำ แพทย์อาจตรวจเพาะเชื้อและความไวต่อยาเพื่อแยกการติดเชื้อซ้ำจากเชื้อดื้อยา การติดเชื้อที่คออาจต้องมีการตรวจยืนยันการหายตามแนวทางของสถานพยาบาล
ต้องบอกคู่นอนหรือไม่ และมีเพศสัมพันธ์ได้เมื่อไร
คู่นอนในช่วงก่อนเริ่มอาการหรือก่อนตรวจพบควรได้รับการติดต่อเพื่อประเมิน ตรวจ และรักษา แม้ไม่มีอาการก็ตาม สถานพยาบาลหรือหน่วยงานสาธารณสุขอาจช่วยแจ้งคู่นอนโดยไม่เปิดเผยชื่อได้ การรักษาคู่นอนช่วยลดการแพร่เชื้อและลดโอกาสติดซ้ำ ไม่ควรแบ่งยาให้กันเองเพราะคู่แต่ละคนอาจแพ้ยา ตั้งครรภ์ หรือมีโรคร่วมต่างกัน
โดยทั่วไปควรงดเพศสัมพันธ์อย่างน้อย 7 วันหลังการรักษา และรอจนทุกคนที่เกี่ยวข้องรักษาครบแล้วรวมทั้งอาการหาย หากแพทย์ให้คำแนะนำแตกต่างตามตำแหน่งติดเชื้อหรือผลตรวจ ให้ยึดตามคำแนะนำนั้น การตรวจซ้ำประมาณ 3 เดือนหลังรักษาช่วยค้นหาการติดเชื้อซ้ำ แม้เชื่อว่าคู่นอนได้รับการรักษาแล้ว
ภาวะแทรกซ้อนและข้อควรระวังในคนตั้งครรภ์
ผลต่อระบบสืบพันธุ์
หากไม่รักษา เชื้ออาจลุกลามไปยังอุ้งเชิงกรานและทำให้เกิด pelvic inflammatory disease หรือ PID ซึ่งอาจทำให้เกิดพังผืดที่ท่อนำไข่ ตั้งครรภ์นอกมดลูก มีบุตรยาก หรือปวดท้องน้อยเรื้อรังได้ ผู้ชายอาจเกิดการอักเสบบริเวณท่อข้างอัณฑะ และพบภาวะมีบุตรยากได้ในบางราย
ตั้งครรภ์หรือวางแผนตั้งครรภ์
หนองในระหว่างตั้งครรภ์ควรได้รับการตรวจและรักษาโดยเร็ว เพราะเชื้ออาจส่งต่อทารกระหว่างคลอดและทำให้ทารกติดเชื้อที่ตาได้ ผู้ตั้งครรภ์ไม่ควรเลือกยาด้วยตนเอง ควรแจ้งอายุครรภ์ ประวัติแพ้ยา และยาที่ใช้อยู่แก่บุคลากรทางการแพทย์เพื่อให้เลือกแนวทางที่เหมาะสม
อาการที่ควรไปโรงพยาบาลเร่งด่วน
- ตาแดง ปวดตา มีหนอง เปลือกตาติด หรือมองเห็นเปลี่ยนไป
- มีไข้สูง ผื่น ตุ่มหนอง ปวดข้อ หรือข้อบวม ซึ่งอาจบ่งชี้การติดเชื้อแพร่กระจาย
- ปวดท้องน้อยมาก ไข้ร่วมกับตกขาวผิดปกติ หรือเจ็บขณะมีเพศสัมพันธ์
- ปวดหรือบวมอัณฑะมาก ปัสสาวะไม่ออก หรืออาการทรุดเร็ว
- กำลังตั้งครรภ์หรือสงสัยตั้งครรภ์และมีอาการหรือสัมผัสเสี่ยง
ป้องกันหนองในอย่างไร
ใช้ถุงยางอนามัยหรือแผ่นยางอนามัยทุกครั้งที่มีเพศสัมพันธ์ทางช่องคลอด ทางทวารหนัก หรือทางปาก และใช้ใหม่ทุกครั้งที่เปลี่ยนช่องทาง ไม่ใช้เซ็กซ์ทอยร่วมกันโดยไม่ล้างและเปลี่ยนถุงยางหุ้ม การมีความสัมพันธ์แบบคู่เดียวที่ตรวจแล้วไม่ติดเชื้อช่วยลดความเสี่ยง แต่ไม่แทนการตรวจเมื่อมีอาการหรือมีการสัมผัสใหม่
คนที่มีความเสี่ยงควรปรึกษาสถานพยาบาลเรื่องการตรวจหนองในและโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่น เช่น HIV ซิฟิลิส และคลามัยเดีย การฉีดยาปฏิชีวนะหรือซื้อยากินป้องกันเองไม่ใช่วิธีป้องกันที่ปลอดภัย และอาจเร่งปัญหาเชื้อดื้อยา ปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนหนองในโดยเฉพาะที่ใช้ทั่วไป
อ่านต่อเรื่องหนองใน
หากต้องการคำตอบเฉพาะสถานการณ์ อ่าน หนองในผู้ชายมีอาการอย่างไร, หนองในผู้หญิงและข้อควรระวังระหว่างตั้งครรภ์ หรือ หนองในที่คอและทวารหนัก ควบคู่กันได้
บทความนี้ให้ความรู้ทั่วไป ไม่ใช่การวินิจฉัยหรือใบสั่งยา หากสงสัยหนองในควรเข้ารับการตรวจจากสถานพยาบาล




