เริมที่อวัยวะเพศ อาจเริ่มจากคัน แสบ หรือเสียวซ่าก่อนมีตุ่มน้ำใส ตุ่มอาจแตกเป็นแผลเจ็บและค่อย ๆ หาย แต่หลายคนไม่มีอาการหรือมีแผลเล็กจนสังเกตไม่เห็น ลักษณะเหล่านี้ใช้เป็นข้อมูลตั้งต้นเท่านั้น เพราะซิฟิลิส แผลริมอ่อน การระคายเคือง และโรคผิวหนังอื่นก็อาจดูคล้ายกัน การตรวจจากรอยโรคที่ยังสดช่วยยืนยันได้มากกว่าการเดาจากภาพ
เนื้อหาในบทความ
- ลักษณะตุ่มและแผล
- อาการระยะแรกและการกลับเป็นซ้ำ
- ตำแหน่งที่พบ
- โรคที่อาจคล้ายเริม
- การตรวจยืนยัน
- การดูแลและสัญญาณที่ควรพบแพทย์
เริมที่อวัยวะเพศมีลักษณะอย่างไร
ลักษณะที่พบได้คือ ตุ่มน้ำใสขนาดเล็กหนึ่งตุ่มหรือหลายตุ่มที่อยู่รวมกันเป็นกลุ่มบนผิวหรือเยื่อบุ ตุ่มอาจมีอาการคัน แสบ หรือเจ็บ เมื่อแตกจะกลายเป็นแผลตื้น ๆ มีน้ำซึม แล้วแห้งหรือตกสะเก็ด ระหว่างนั้นอาจรู้สึกเจ็บเมื่อปัสสาวะ โดยเฉพาะถ้าแผลอยู่ใกล้ปากท่อปัสสาวะหรือมีแผลหลายจุด
อาการไม่ได้เป็นรูปแบบเดียวกันทุกคน ผู้ติดเชื้อบางคนมีเพียงรอยแดง รอยถลอก ตุ่มเล็กคล้ายสิว หรือไม่มีรอยโรคเลย สีของผิวและแผลก็อาจแตกต่างกันตามสีผิวเดิม การถ่ายรูปหรือค้นภาพเทียบเองจึงไม่สามารถยืนยันโรคได้ และไม่ควรแกะหรือบีบตุ่มเพื่อดูข้างใน
อาการร่วมที่อาจพบ
การติดเชื้อครั้งแรกอาจมีไข้ ปวดเมื่อย ปวดศีรษะ ต่อมน้ำเหลืองบริเวณขาหนีบโต หรือรู้สึกไม่สบาย คลื่นไส้ และปัสสาวะแสบได้ บางคนอาจมีสารคัดหลั่งผิดปกติร่วมด้วย แต่ตกขาวหรือสารคัดหลั่งที่เปลี่ยนไปไม่ใช่หลักฐานจำเพาะของเริม และไม่ควรวินิจฉัยจากสีหรือกลิ่นเพียงอย่างเดียว
อาการระยะแรกและการกลับเป็นซ้ำ
ก่อนตุ่มขึ้นอาจมีอาการนำ ได้แก่ คัน แสบ ร้อน ตึง หรือเสียวซ่าตรงตำแหน่งเดิม อาการนำอาจเกิดเพียงช่วงสั้น ๆ หรือไม่เกิดเลย การระบาดครั้งแรกมักเป็นอยู่นานหรือเจ็บกว่าการกลับเป็นซ้ำ ส่วนครั้งต่อมาหลายคนมีตุ่มและแผลจำนวนน้อยลง หายเร็วขึ้น หรือมีเพียงอาการแสบคันโดยไม่มีแผลชัดเจน
กรมควบคุมโรคระบุระยะฟักตัวโดยประมาณ 3–14 วัน แต่การเริ่มมีอาการไม่ได้เกิดตามกรอบเดียวกันทุกคน NHS ระบุว่าแผลอาจปรากฏหลังได้รับเชื้อเป็นสัปดาห์หรือหลายปี จึงไม่ควรใช้วันที่เริ่มเห็นแผลเพื่อสรุปว่าเพิ่งติดเชื้อหรือระบุว่าใครเป็นผู้แพร่เชื้อ
เริมพบได้บริเวณใดบ้าง
แผลอาจอยู่ที่อวัยวะเพศชายหรือหญิง ผิวรอบช่องคลอด ช่องคลอด ปากมดลูก ปากท่อปัสสาวะ รอบทวารหนัก ก้น หรือต้นขาใกล้เคียง ตำแหน่งขึ้นกับบริเวณที่รับเชื้อจากการสัมผัสทางเพศ เริมจาก HSV-1 ที่ปากสามารถไปที่อวัยวะเพศผ่าน oral sex ได้ ส่วนเริมที่ปากอาจมีตุ่มหรือแผลรอบริมฝีปากและภายในปาก
หากมีแผลที่ตา ตาแดง หรือปวดตาหลังสัมผัสแผล ต้องรับการประเมินอย่างเร่งด่วน เพราะการติดเชื้อ HSV ที่ตาอาจกระทบการมองเห็น การล้างมือหลังแตะแผลและไม่ขยี้ตาช่วยลดโอกาสนำเชื้อไปบริเวณอื่น
โรคที่อาจมีลักษณะคล้ายเริม
แผลริมอ่อนอาจทำให้เกิดแผลเจ็บและต่อมน้ำเหลืองโต ซิฟิลิสระยะแรกมักเป็นแผลไม่เจ็บแต่รูปแบบอาจแตกต่างกัน หูดหงอนไก่จาก HPV มักเป็นตุ่มนูนหรือปุ่มขรุขระ ไม่ใช่ตุ่มน้ำ ส่วนรูขุมขนอักเสบ ขนคุด แผลจากการเสียดสี เชื้อรา แผลจากยา และโรคผิวหนังอื่นก็อาจทำให้คัน แสบ หรือตุ่มแดงได้
เริมไม่สามารถแยกจากโรคเหล่านี้ได้อย่างแน่นอนด้วยสี ขนาด หรือความเจ็บเพียงอย่างเดียว หากมีแผลอวัยวะเพศหลังการสัมผัสเสี่ยง ควรตรวจโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ตามความเหมาะสมด้วย เพราะคนหนึ่งคนอาจมีการติดเชื้อมากกว่าหนึ่งชนิดพร้อมกัน
การตรวจเริมที่อวัยวะเพศ
แพทย์จะเริ่มจากการซักประวัติ ตรวจผิวหนังและเยื่อบุ และประเมินว่ารอยโรคเหมาะกับการเก็บตัวอย่างหรือไม่ หากมีตุ่มหรือแผลที่ยังไม่ตกสะเก็ด อาจใช้ไม้ swab เก็บน้ำหรือเซลล์จากรอยโรคเพื่อตรวจ NAAT หรือ PCR และอาจระบุว่าเป็น HSV-1 หรือ HSV-2 การตรวจมีโอกาสให้ข้อมูลมากกว่าเมื่อทำในช่วงที่มีรอยโรคสด
หากไม่มีตุ่มหรือแผล แพทย์อาจพูดคุยเรื่องการตรวจเลือดชนิดจำเพาะในบางสถานการณ์ เช่น มีอาการเข้าได้แต่วันที่ตรวจไม่มีรอยโรค หรือมีคู่นอนที่เป็นเริม อย่างไรก็ดีการตรวจเลือดอาจมีผลบวกลวงและอาจยังไม่พบเชื้อหากตรวจเร็วเกินไป CDC จึงไม่แนะนำให้คนทั่วไปที่ไม่มีอาการตรวจเลือดคัดกรองเริมเป็นกิจวัตร และผลเลือดไม่สามารถบอกว่าได้รับเชื้อจากใครหรือเมื่อใด
การดูแลและสัญญาณที่ควรพบแพทย์
ระหว่างมีตุ่มหรือแผลควรงดเพศสัมพันธ์ทางปาก ช่องคลอด และทวารหนักจนแผลหายสนิท หลีกเลี่ยงการเสียดสีและเสื้อผ้าที่รัดแน่น ล้างมือก่อนและหลังสัมผัสบริเวณที่มีอาการ และไม่แกะเกา ไม่ใช้ยาหรือครีมที่ไม่ทราบส่วนประกอบบนแผล หากปวดหรือปัสสาวะแสบมากให้ขอคำแนะนำจากแพทย์หรือเภสัชกรที่ประเมินอาการได้
ควรไปคลินิกโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์หรือพบแพทย์เมื่อมีแผลหรือตุ่มครั้งแรก แผลลุกลาม เจ็บมาก เป็นนาน หรือวินิจฉัยไม่แน่ใจ ควรรีบประเมินเป็นพิเศษหากปัสสาวะไม่ออก มีไข้สูง ปวดศีรษะรุนแรง คอแข็ง สับสน เจ็บตา ตาแดง มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง หรือกำลังตั้งครรภ์ ผู้ตั้งครรภ์ควรแจ้งผู้ดูแลครรภ์โดยเร็ว โดยเฉพาะเมื่อเป็นครั้งแรกในช่วงใกล้คลอด เพราะการติดเชื้อใหม่ใกล้คลอดมีความเสี่ยงต่อทารกมากกว่าเริมที่กลับเป็นซ้ำเดิม
สำหรับภาพรวมเรื่องการติดต่อและการป้องกัน อ่าน เริมคืออะไร และหากต้องการเข้าใจแนวทางควบคุมอาการกับการกลับเป็นซ้ำ อ่าน เริมรักษาหายขาดไหม
ข้อควรรู้: อาการที่กล่าวมาไม่ใช่การวินิจฉัย การยืนยันต้องอาศัยการตรวจที่เหมาะสม และไม่ควรเลื่อนการพบแพทย์เมื่อมีสัญญาณอันตราย




