คำว่า เริมระยะแรก ในบทความนี้หมายถึงช่วงเริ่มมีอาการหรือการระบาดครั้งแรกของการติดเชื้อไวรัสเฮอร์ปีส์ซิมเพล็กซ์ (HSV) ไม่ได้หมายความว่าทุกคนจะมีอาการเหมือนกัน เริมอาจเกิดรอบปาก อวัยวะเพศ หรือบริเวณทวารหนัก และบางคนมีอาการน้อยมากจนไม่รู้ตัว หากมีตุ่มหรือแผลที่ไม่แน่ใจ อย่าใช้ภาพหรือคำบอกเล่าเพียงอย่างเดียวสรุปว่าเป็นเริม
อ่าน บทความหลักเรื่องเริมประกอบได้ และข้อมูลของ องค์การอนามัยโลก (WHO) และ CDC อธิบายว่าอาการครั้งแรกอาจแตกต่างจากการกลับเป็นซ้ำ การตรวจโดยบุคลากรทางการแพทย์จึงสำคัญกว่าการพยายามวินิจฉัยด้วยตนเอง

เริมระยะแรกเริ่มอย่างไร
อาการนำก่อนเห็นตุ่มหรือแผล
บางคนรู้สึกคัน แสบ เสียวซ่า หรือเจ็บตึงใกล้บริเวณที่จะเกิดรอยโรคก่อน ต่อมาอาจเห็นตุ่มนูนหรือตุ่มน้ำ ในเริมที่ปากอาจอยู่ที่ริมฝีปากหรือรอบปาก ส่วนเริมบริเวณอวัยวะเพศอาจอยู่ที่ผิวหนังรอบอวัยวะเพศ ช่องคลอด ปากมดลูก ทวารหนัก หรือบริเวณใกล้เคียง ตำแหน่งและความรู้สึกเหล่านี้เป็นเพียงแนวทางสังเกต ไม่ใช่เกณฑ์ยืนยันโรค
จากตุ่มน้ำไปสู่แผลเจ็บ
ตุ่มอาจแตก มีของเหลวซึม แล้วกลายเป็นแผลเปิดที่เจ็บ ก่อนค่อย ๆ แห้งหรือตกสะเก็ดตามลำดับ อาการปัสสาวะแสบอาจเกิดร่วมกับเริมบริเวณอวัยวะเพศได้ แต่ไม่ใช่ทุกคนจะมีตุ่มน้ำให้เห็น และรอยโรคที่หน้าตาคล้ายกันอาจเกิดจากการเสียดสี รูขุมขนอักเสบ แผลริมอ่อน ซิฟิลิส หรือโรคผิวหนังอื่น ๆ จึงไม่ควรบีบ แกะ หรือใช้ยาทาเองเพื่อทดสอบว่าเป็นเริมหรือไม่ อาการลักษณะนี้สอดคล้องกับคำอธิบายของ WHO และ CDC
อาการทั่วตัวที่อาจพบในการระบาดครั้งแรก
การติดเชื้อครั้งแรกบางรายมีไข้ ปวดเมื่อย ปวดศีรษะ เจ็บคอ หรือต่อมน้ำเหลืองใกล้บริเวณติดเชื้อโตขึ้น อาการเหล่านี้อาจเกิดร่วมกับแผลที่ปากหรืออวัยวะเพศ แต่ไม่ใช่ทุกคนจะมี และอาการไข้หรือปวดเมื่อยเพียงอย่างเดียวไม่ได้บอกว่าเป็นเริม การไม่มีอาการทั่วตัวก็ไม่ได้ตัดความเป็นไปได้เช่นกัน
ครั้งแรกต่างจากการกลับเป็นซ้ำอย่างไร
การระบาดครั้งแรกอาจมีอาการกว้างหรือรบกวนมากกว่าครั้งต่อ ๆ มา ขณะที่การกลับเป็นซ้ำมักสั้นกว่าและรุนแรงน้อยกว่า อย่างไรก็ตาม ความรุนแรงของอาการไม่สามารถใช้บอกชนิดไวรัสหรือบอกว่าได้รับเชื้อจากใครและเมื่อใดได้ HSV-1 มักเกี่ยวข้องกับเริมที่ปาก แต่ทำให้เกิดเริมบริเวณอวัยวะเพศได้จากการสัมผัสทางปากกับอวัยวะเพศ ส่วน HSV-2 มักเกี่ยวข้องกับเริมบริเวณอวัยวะเพศ
เวลาที่เริ่มมีแผลไม่ได้เป็นหลักฐานว่าเพิ่งรับเชื้อจากเหตุการณ์ล่าสุด เพราะเริมอาจไม่แสดงอาการอยู่นานก่อนเกิดอาการ และบางคนแพร่เชื้อได้แม้ไม่มีแผลให้เห็น จึงควรสื่อสารกับคู่นอนโดยไม่กล่าวโทษกัน และใช้ผลตรวจกับการประเมินของบุคลากรทางการแพทย์เป็นหลัก
ตรวจยืนยันเริมระยะแรกอย่างไร
เมื่อมีตุ่มหรือแผล แพทย์หรือบุคลากรทางการแพทย์อาจซักประวัติ ตรวจร่างกาย และเก็บตัวอย่างจากรอยโรคไปตรวจทางห้องปฏิบัติการ การป้ายตัวอย่างจากตุ่มหรือแผลที่ยังสดและยังไม่ตกสะเก็ดมักเหมาะกว่าการรอจนแผลเริ่มหาย ตามข้อมูลจาก CDC เรื่องการตรวจเริม การตรวจเลือดมีข้อจำกัด ผลอาจคลาดเคลื่อนได้หากตรวจเร็วเกินไป และไม่สามารถบอกได้ว่าได้รับเชื้อจากใครหรือเมื่อใด CDC จึงไม่แนะนำให้ตรวจเลือดคัดกรองคนทั่วไปที่ไม่มีอาการเป็นกิจวัตรในสถานการณ์ส่วนใหญ่
แนวทาง CDC Sexually Transmitted Infections Treatment Guidelines ปี 2021 ระบุว่าการวินิจฉัยจากลักษณะรอยโรคอย่างเดียวอาจทำได้ยาก และเมื่อมีรอยโรคควรยืนยันด้วยการตรวจจากแผลตามความเหมาะสม ไม่ควรใช้ผลตรวจชนิดเดียวหรือภาพถ่ายแทนการประเมินทางการแพทย์
ถ้าสงสัยว่าเป็นเริม ควรทำอะไร
หากเป็นตุ่มหรือแผลบริเวณอวัยวะเพศ ปาก หรือทวารหนักเป็นครั้งแรก ควรนัดพบสถานพยาบาลเร็วที่สุดที่ทำได้ เพราะรอยโรคสดช่วยให้ประเมินและเก็บตัวอย่างได้ง่ายกว่า ระหว่างมีอาการควรหลีกเลี่ยงการมีเพศสัมพันธ์ทางปาก ช่องคลอด หรือทวารหนักจนกว่าแผลจะหาย และล้างมือหลังสัมผัสบริเวณที่สงสัย อย่าแกะหรือเจาะตุ่ม และอย่าใช้ยาต้านไวรัสหรือยาทาโดยซื้อมาใช้เอง
หากแพทย์ประเมินว่าเป็นเริม ยาต้านไวรัสอาจช่วยลดระยะหรือความรุนแรงของอาการตามข้อบ่งชี้ แต่ยาไม่กำจัดไวรัสออกจากร่างกายและไม่ควรนำคำแนะนำของผู้อื่นมาใช้แทนการประเมินของตนเอง หลักการนี้สอดคล้องกับ WHO ปี 2025 และแนวทาง CDC ปี 2021
เมื่อไรควรพบแพทย์เร็วหรือขอความช่วยเหลือเร่งด่วน
- มีตุ่มหรือแผลบริเวณอวัยวะเพศเป็นครั้งแรก หรือแผลลุกลาม เจ็บมาก หรือไม่เริ่มดีขึ้น
- มีไข้สูง ปวดศีรษะมาก คอแข็ง สับสน หรือปัสสาวะไม่ออก
- มีตาแดง เจ็บตา แพ้แสง หรือสงสัยว่าสัมผัสแผลแล้วไปขยี้ตา
- กำลังตั้งครรภ์ มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง หรือทารกแรกเกิดอาจสัมผัสแผลเริม
อาการเหล่านี้ไม่ได้แปลว่าเป็นเริมแน่นอน แต่เป็นเหตุผลให้ได้รับการประเมินเร็วขึ้น โดยเฉพาะผู้ตั้งครรภ์ควรแจ้งผู้ดูแลครรภ์ทันทีหากสงสัยว่าเป็นการติดเชื้อครั้งแรกหรือมีแผลใกล้คลอด การตัดสินใจเรื่องการรักษาและการคลอดต้องทำร่วมกับทีมดูแล ไม่ควรเริ่มหรือหยุดยาเอง
เริมเป็นภาวะที่พบได้และไม่ใช่เรื่องน่าอาย การตรวจไม่สามารถระบุความซื่อสัตย์ของคู่นอนหรือระบุวันที่ติดเชื้อได้ หากกำลังรอพบแพทย์ ให้จดวันเริ่มคัน แสบ ตุ่ม หรือแผล รวมถึงไข้และยาที่ใช้อยู่ เพื่อช่วยให้การซักประวัติชัดเจนขึ้น
อ่านเพิ่มเติมในบทความภาพรวมของหมวดนี้เพื่อทำความเข้าใจอาการ การตรวจ และการดูแลที่เกี่ยวข้อง
มีข้อสงสัย คุยต่อได้
มีคำถามเกี่ยวกับสุขภาพทางเพศหรืออยากเข้าใจข้อมูลเพิ่มเติม? สามารถปรึกษาเรื่องสุขภาพผ่าน LINEได้อย่างเป็นส่วนตัว เลือกคุยเรื่องที่คุณอยากสอบถามได้เลย

