คำถามว่าเริมเป็นกี่วันหายไม่มีตัวเลขเดียวที่ใช้ได้กับทุกคน เพราะเริมอาจเกิดที่ปากหรืออวัยวะเพศ และอาการครั้งแรกกับการกลับเป็นซ้ำมักไม่เหมือนกัน ถ้าหมายถึงเริมที่อวัยวะเพศ กรมควบคุมโรคระบุว่าตุ่มอาจแตกเป็นแผล ตกสะเก็ด และหายไปเองภายในประมาณ 1–2 สัปดาห์ ขณะที่ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคสหรัฐฯ (CDC) ระบุว่าแผลอาจใช้เวลาหนึ่งสัปดาห์หรือมากกว่านั้นจึงจะหาย ตัวเลขนี้เป็นกรอบคร่าว ๆ ไม่ใช่กำหนดตายตัวของแต่ละคน อ่านข้อมูลจากกรมควบคุมโรค และ CDC
คำว่า “หาย” ควรแยกเป็นสองเรื่อง แผลอาจปิด ตกสะเก็ด และอาการปวดแสบลดลงภายในช่วงเวลาดังกล่าว แต่ไวรัสเริมยังคงอยู่ในร่างกายและอาจกลับมาเป็นซ้ำได้ องค์การอนามัยโลก (WHO) อธิบายว่าเริมเป็นโรคที่รักษาควบคุมอาการได้ แต่ยังไม่มีวิธีกำจัดเชื้อให้หายขาด ดู fact sheet ของ WHO ปี 2025

กรอบเวลาแผลเริมที่ควรรู้
ช่วง 1–2 สัปดาห์ของข้อมูลภาษาไทยเป็นค่าโดยทั่วไปสำหรับอาการเริมอวัยวะเพศ ไม่ได้หมายความว่าแผลของทุกคนต้องหายสนิทในวันที่กำหนด แผลที่เป็นครั้งแรกอาจมีหลายตำแหน่ง เจ็บมาก หรือมีอาการคล้ายไข้ร่วมด้วย จึงอาจใช้เวลานานกว่า ข้อมูลของ CDC ก็ระบุว่าอาการครั้งแรกอาจเป็นการเจ็บป่วยที่ยืดเยื้อ ส่วนการกลับเป็นซ้ำมักสั้นและรุนแรงน้อยกว่าครั้งแรก
ระยะเวลายังขึ้นกับว่ารอยโรคนั้นเป็นเริมจริงหรือไม่ ตำแหน่งและขนาดของแผล สุขภาพโดยรวม และมีภาวะภูมิคุ้มกันต่ำหรือไม่ ตุ่มหรือแผลบริเวณอวัยวะเพศอาจเกิดจากโรคอื่นได้ด้วย จึงไม่ควรใช้จำนวนวันที่เป็นอยู่เพียงอย่างเดียวเพื่อยืนยันการวินิจฉัย
ครั้งแรกกับการกลับเป็นซ้ำไม่เท่ากัน
ถ้าเป็นครั้งแรก อาการอาจเริ่มด้วยคัน แสบ หรือเสียวซ่า แล้วตามด้วยตุ่มน้ำหรือแผลเจ็บ บางคนมีไข้ ปวดเมื่อย หรือต่อมน้ำเหลืองโตได้ แนวทางการรักษาโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ของ CDC ปี 2021 ระบุว่าผู้ที่มีเริมอวัยวะเพศครั้งแรกควรได้รับการประเมินเพื่อรักษาด้วยยาต้านไวรัส เพราะอาการอาจรุนแรงหรือยืดเยื้อ การรักษาที่เหมาะสมต้องให้บุคลากรทางการแพทย์เลือก ไม่ควรซื้อยา ใช้ยาของผู้อื่น หรือหยุดยาเอง
เมื่อกลับเป็นซ้ำ อาการมักสั้นและเบากว่า แต่ไม่ได้เป็นเช่นนั้นกับทุกคน ยาต้านไวรัสอาจช่วยลดระยะและความรุนแรงของช่วงกำเริบได้ โดย WHO ระบุว่าการรักษาครั้งที่เป็นซ้ำได้ผลดีที่สุดเมื่อเริ่มใกล้ช่วงเริ่มมีอาการ การจะใช้ยาแบบเป็นครั้งคราวหรือแบบกดการกลับเป็นซ้ำต้องพิจารณาจากอาการและความเสี่ยงของแต่ละคน ไม่ควรนำตารางยาจากอินเทอร์เน็ตมาใช้เอง ดูแนวทาง CDC ปี 2021
เมื่อไรไม่ควรรอดูอาการเอง
ควรพบแพทย์หรือสถานพยาบาลเมื่อมีตุ่มหรือแผลบริเวณอวัยวะเพศเป็นครั้งแรก แผลไม่เริ่มดีขึ้นภายในกรอบเวลาที่คาดไว้ แผลลามหรือปวดมาก หรือไม่แน่ใจว่าใช่เริมหรือไม่ การตรวจอาจอาศัยการประเมินรอยโรคและเก็บตัวอย่างจากแผลที่ยังมีอยู่ตามความเหมาะสม เพราะแผลจากเริมมีลักษณะคล้ายโรคอื่น และการดูจากภาพหรือความรู้สึกอย่างเดียวไม่เพียงพอ คำแนะนำเรื่องการตรวจของ CDC
- ปัสสาวะไม่ออก ไข้สูง ปวดศีรษะมาก คอแข็ง หรือสับสน
- เจ็บตา ตาแดง หรือสงสัยว่าเอามือที่สัมผัสแผลไปแตะตา
- กำลังตั้งครรภ์ โดยเฉพาะมีอาการครั้งแรกช่วงปลายครรภ์หรือใกล้คลอด
- มีภูมิคุ้มกันบกพร่องหรืออาการรุนแรงผิดจากเดิม
อาการเหล่านี้ไม่ใช่เกณฑ์วินิจฉัยว่าเป็นเริม แต่เป็นเหตุให้ควรได้รับการประเมินเร็วขึ้น WHO ระบุว่าการติดเชื้อใหม่ช่วงใกล้คลอดอาจเพิ่มความเสี่ยงเริมในทารก และผู้ที่ตั้งครรภ์ควรแจ้งผู้ดูแลครรภ์เมื่อมีประวัติหรือสงสัยเริม
ระหว่างมีอาการควรดูแลและลดการแพร่เชื้ออย่างไร
ระหว่างมีอาการนำ เช่น แสบ คัน หรือเสียวซ่า จนกว่าแผลจะหายสนิท ควรงดเพศสัมพันธ์ทางปาก ช่องคลอด และทวารหนัก การใช้ถุงยางหรือแผ่นกั้นช่วยลดความเสี่ยงได้ แต่ไม่ป้องกันได้ทั้งหมด เพราะเชื้ออาจอยู่บนผิวหนังนอกบริเวณที่ปกคลุม ล้างมือหลังสัมผัสบริเวณที่เป็นและหลีกเลี่ยงการจับตา
หากแผลอยู่บริเวณอวัยวะเพศ การใส่เสื้อผ้าที่ไม่รัดแน่นและดูแลความสะอาดอย่างอ่อนโยนอาจช่วยให้สบายขึ้น แต่ไม่ควรแกะสะเก็ด ทาสารระคายเคือง หรือใช้ยาที่ไม่ได้รับคำแนะนำ หากต้องการบรรเทาอาการหรือพิจารณายาต้านไวรัส ควรขอคำแนะนำจากบุคลากรทางการแพทย์ตามอาการจริง
สรุปเรื่องเริมเป็นกี่วันหาย
คำตอบที่ใช้เป็นแนวทางได้คือแผลเริมอวัยวะเพศมักดีขึ้นในราว 1–2 สัปดาห์ และ CDC ระบุว่าอาจใช้เวลาหนึ่งสัปดาห์หรือมากกว่านั้น ครั้งแรกอาจนานหรือรุนแรงกว่า ส่วนการกลับเป็นซ้ำมักสั้นกว่า ยิ่งกว่านั้นแผลหายไม่ได้แปลว่าเชื้อหมดไป หากอาการไม่ดีขึ้น แผลรุนแรง หรืออยู่ในกลุ่มที่ต้องระวัง ควรตรวจแทนการนับวันหรือวินิจฉัยจากภาพ
สำหรับภาพรวมเรื่องชนิดของเริม อาการ การติดต่อ และการป้องกัน อ่านต่อได้ที่ คู่มือเริมฉบับภาพรวม
อ่านเพิ่มเติมในบทความภาพรวมของหมวดนี้เพื่อทำความเข้าใจอาการ การตรวจ และการดูแลที่เกี่ยวข้อง
มีข้อสงสัย คุยต่อได้
มีคำถามเกี่ยวกับสุขภาพทางเพศหรืออยากเข้าใจข้อมูลเพิ่มเติม? สามารถปรึกษาเรื่องสุขภาพผ่าน LINEได้อย่างเป็นส่วนตัว เลือกคุยเรื่องที่คุณอยากสอบถามได้เลย

