คำตอบสั้น ๆ คือ ไม่ใช่ทุกคนที่มีหูดหงอนไก่ต้องตรวจ HPV หรือคัดกรองปากมดลูกทันที การตรวจ HPV ไม่ได้ใช้ยืนยันว่าตุ่มนั้นเป็นหูดหงอนไก่ ส่วนการคัดกรองปากมดลูกควรทำตามเกณฑ์อายุ ความเสี่ยง และประวัติผลตรวจของแต่ละคน ไม่ได้เพิ่มความถี่เพียงเพราะมีหูด
หูดหงอนไก่เป็นรอยโรคที่สัมพันธ์กับ HPV บางชนิด โดยชนิดที่ก่อหูด เช่น 6 และ 11 แตกต่างจาก HPV กลุ่มเสี่ยงสูงที่เกี่ยวข้องกับมะเร็งปากมดลูก การมีหูดจึงไม่ได้แปลว่าเป็นมะเร็งหรือจะเป็นมะเร็ง แต่รอยโรคที่ดูผิดปกติยังต้องได้รับการประเมิน ไม่ควรสรุปจากสีหรือรูปร่างด้วยตนเอง

HPV test ตรวจอะไร และทำไมไม่ใช้ยืนยันหูด
HPV test ที่ใช้ในทางคลินิกตรวจหา HPV กลุ่มเสี่ยงสูงในบริบทการคัดกรองมะเร็งปากมดลูก หรือใช้ติดตามผลเซลล์ปากมดลูกที่ผิดปกติ ไม่ใช่การตรวจหาเชื้อ HPV ทุกชนิดในร่างกาย และไม่ใช่การตรวจโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์แบบครอบคลุม
แนวทาง CDC Sexually Transmitted Infections Treatment Guidelines ปี 2021 ระบุว่าไม่แนะนำ HPV test เพื่อวินิจฉัยหูดหงอนไก่ เพราะผลตรวจไม่ยืนยันว่ารอยโรคคือหูด และไม่ช่วยเลือกวิธีจัดการหูด ดังนั้นผล HPV เป็นบวกไม่ได้ยืนยันว่าตุ่มเป็นหูด และผลเป็นลบก็ไม่ได้ตัดความเป็นไปได้ของ HPV ชนิดที่ก่อหูด
ถ้าสงสัยว่าเป็นหูด แพทย์ประเมินอย่างไร
บุคลากรสุขภาพมักประเมินจากการตรวจดูรอยโรคและตำแหน่งที่เป็น บางกรณีอาจตรวจบริเวณใกล้เคียงเพิ่มเติม หากลักษณะไม่แน่ใจ ไม่ตอบสนองต่อการรักษา หรือมีเหตุให้สงสัยโรคอื่น อาจพิจารณาตรวจชิ้นเนื้อหรือการตรวจเฉพาะโรคตามความเหมาะสม รอยโรคที่คล้ายหูดบางชนิด เช่น รอยโรคจากซิฟิลิสระยะที่สอง จำเป็นต้องใช้การตรวจคนละแบบ
มีหูดแล้วต้องคัดกรองปากมดลูกถี่ขึ้นไหม
ถ้ามีปากมดลูก ให้คัดกรองมะเร็งปากมดลูกตามโครงการหรือแนวทางที่ใช้ในพื้นที่ และตามประวัติส่วนตัว เช่น อายุ ผลคัดกรองเดิม ภาวะภูมิคุ้มกัน และคำแนะนำของผู้ให้บริการ ไม่ควรเลื่อนการคัดกรองที่ถึงกำหนด แต่ก็ไม่จำเป็นต้องนัดถี่ขึ้นเพียงเพราะพบหูดหงอนไก่
CDC ระบุในแนวทางปี 2021 ว่าผู้ที่มีหูดหงอนไก่ไม่จำเป็นต้องตรวจ Pap บ่อยกว่าคนอื่น และการตรวจ HPV อยู่ในบริบทของการคัดกรองหรือดูแลความผิดปกติของปากมดลูก ไม่ใช่การตรวจเพื่อยืนยันหูด แนวทางและสิทธิการตรวจในไทยอาจมีรายละเอียดต่างกัน จึงควรถามสถานพยาบาลถึงเกณฑ์ปัจจุบันที่เหมาะกับตนเอง
ผลตรวจ HPV หรือผลเซลล์ปากมดลูกจึงควรตีความตามระบบคัดกรอง ไม่ใช้แทนการตรวจตุ่มหรือหูดที่มองเห็น หากมีผลผิดปกติ ผู้ให้บริการจะอธิบายการติดตามหรือการตรวจต่อไปตามแนวทางที่เกี่ยวข้อง การมีผลคัดกรองปกติไม่ได้ทำให้ตุ่มที่อวัยวะเพศได้รับการวินิจฉัยว่าไม่ใช่หูดโดยอัตโนมัติ
เมื่อไรควรประเมินเพิ่มเติม
ควรนัดตรวจเมื่อมีก้อนหรือตุ่มใหม่ ไม่แน่ใจว่าเป็นหูด หรือรอยโรคเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะถ้ามีลักษณะสีคล้ำ แข็ง ติดกับเนื้อด้านล่าง เลือดออก เป็นแผล โตขึ้นเร็ว ปวดมาก หรือไม่ดีขึ้นตามการดูแลที่ได้รับ ผู้มีภูมิคุ้มกันบกพร่องอาจมีรอยโรคขนาดใหญ่ เป็นหลายตำแหน่ง หรือกลับเป็นซ้ำได้บ่อย จึงควรให้ผู้ให้บริการวางแผนติดตาม
ถ้าพบหูดบริเวณปากมดลูก ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญและอาจต้องประเมินชิ้นเนื้อก่อนรักษา หากมีหูดรอบทวารหนัก ผู้ให้บริการอาจพิจารณาตรวจในคลองทวารเพิ่มเติมตามตำแหน่งและอาการ การตั้งครรภ์ก็เป็นเหตุให้ควรแจ้งผู้ดูแลครรภ์ก่อนเลือกวิธีรักษา เพราะการรักษาบางอย่างไม่เหมาะกับช่วงนี้
ไปพบผู้ให้บริการควรเตรียมข้อมูลอะไร
บอกตำแหน่งที่พบตุ่ม ระยะเวลาที่สังเกตเห็น การเปลี่ยนแปลง อาการคัน เจ็บ เลือดออก หรือปัสสาวะลำบาก รวมถึงผลตรวจปากมดลูกเดิม การตั้งครรภ์ และภาวะที่มีผลต่อภูมิคุ้มกัน ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้เลือกว่าควรตรวจรอยโรค ตรวจคัดกรองปากมดลูก หรือตรวจโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่นเพิ่มเติมหรือไม่
ไม่ควรใช้ยากำจัดหูดทั่วไปหรือพยายามจี้ ตัด และแกะตุ่มเอง เพราะผิวหนังบริเวณอวัยวะเพศบอบบางและตุ่มที่ดูคล้ายกันอาจเป็นคนละโรค การมีหูดก็ไม่สามารถบอกได้ว่าได้รับเชื้อเมื่อไรหรือจากใคร เนื่องจากหูดอาจปรากฏหลังสัมผัสเชื้อเป็นเวลานาน จึงไม่ควรใช้ผลตรวจมาตัดสินความซื่อสัตย์ของคู่นอน
สรุปให้จำง่าย
- HPV test ไม่ใช่การตรวจยืนยันหูดหงอนไก่ และไม่ใช่การตรวจ HPV ทุกชนิดในร่างกาย
- ผู้ที่มีปากมดลูกควรคัดกรองตามเกณฑ์ปกติของพื้นที่และความเสี่ยง ไม่ต้องเพิ่มความถี่เพียงเพราะมีหูด
- ตุ่มที่ผิดลักษณะ ไม่แน่ใจ เลือดออก เป็นแผล โตเร็ว หรืออยู่ในตำแหน่งที่ต้องประเมินเพิ่มเติม ควรพบผู้ให้บริการ
อ่านเพิ่มเติมในบทความภาพรวมของหมวดนี้เพื่อทำความเข้าใจอาการ การตรวจ และการดูแลที่เกี่ยวข้อง
มีข้อสงสัย คุยต่อได้
มีคำถามเกี่ยวกับสุขภาพทางเพศหรืออยากเข้าใจข้อมูลเพิ่มเติม? สามารถปรึกษาเรื่องสุขภาพผ่าน LINEได้อย่างเป็นส่วนตัว เลือกคุยเรื่องที่คุณอยากสอบถามได้เลย


