เมื่อคู่นอนบอกว่าเป็นหูดหงอนไก่ สิ่งที่ควรทำไม่ใช่การรีบซื้อชุดตรวจ HPV หรือสรุปว่าตัวเองติดเชื้อแน่นอน หูดหงอนไก่เกิดจาก HPV บางชนิด และ HPV มักไม่มีอาการ คู่นอนจึงอาจเคยมีเชื้อร่วมกันโดยมีหูดให้เห็นเพียงคนเดียวหรือไม่มีใครมีอาการก็ได้
เรื่องนี้ไม่ใช่หลักฐานว่าใครนอกใจหรือเพิ่งมีเพศสัมพันธ์กับคนอื่น เพราะหูดอาจปรากฏหลังรับเชื้อเป็นเวลาหลายเดือนหรือหลายปี จึงระบุไม่ได้แน่ชัดว่าได้รับเชื้อเมื่อไรหรือจากใคร ข้อมูลนี้เป็นประเด็นสำคัญในการคุยกันอย่างไม่ตัดสินกันเอง ตามแนวทาง CDC เรื่องหูดบริเวณอวัยวะเพศ ปี 2021 และข้อมูล CDC เรื่อง HPV อวัยวะเพศ ปี 2025

ถ้ายังไม่มีตุ่ม ต้องตรวจ HPV ไหม
โดยทั่วไปไม่แนะนำให้ตรวจ HPV ของคู่นอนเป็นกิจวัตรเพียงเพราะอีกฝ่ายมีหูดหงอนไก่ แนวทาง CDC ระบุว่า HPV test ไม่ใช้วินิจฉัยหูด และไม่แนะนำให้ใช้ตรวจคู่นอนของผู้ที่มีหูด เพราะผลตรวจไม่ยืนยันว่าเป็นหูดและไม่ช่วยกำหนดการดูแล อีกทั้งยังไม่มีการตรวจที่บอกสถานะ HPV ของคนทั่วไปได้
อย่างไรก็ตาม การไม่มีตุ่มไม่ได้ยืนยันว่าไม่มีเชื้อ หากมีประวัติหรืออาการที่ทำให้นึกถึงโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่น บุคลากรสุขภาพอาจซักประวัติ ตรวจร่างกาย และเสนอการตรวจโรคอื่นตามความเหมาะสม ไม่ควรเลือกชุดตรวจหรือแปลผลด้วยตนเองจากโฆษณา
ถ้ามีตุ่มหรืออาการ ควรไปตรวจแบบไหน
ถ้าพบตุ่ม ก้อน แผล หรือการเจริญผิดปกติบริเวณอวัยวะเพศ รอบทวารหนัก หรือมีคัน เจ็บ เลือดออก เจ็บขณะมีเพศสัมพันธ์ หรือปัสสาวะเปลี่ยนไป ควรนัดสถานพยาบาลหรือคลินิกสุขภาพทางเพศ การวินิจฉัยหูดมักอาศัยการตรวจดู บางตำแหน่งอาจต้องตรวจภายในช่องคลอด ทวารหนัก หรือบริเวณทางออกของปัสสาวะตามที่แพทย์เห็นว่าเหมาะสม
อย่าวินิจฉัยจากสี รูปร่าง หรือภาพถ่ายเพียงอย่างเดียว เพราะตุ่มที่คล้ายหูดอาจเป็นภาวะอื่นได้ หากรอยโรคสีคล้ำ แข็งติดเนื้อ เลือดออก เป็นแผล โตขึ้นเร็ว ไม่แน่ใจว่าเป็นอะไร หรือไม่ตอบสนองต่อการรักษา แพทย์อาจพิจารณาตรวจเพิ่มเติมหรือเก็บชิ้นเนื้อ โดยเฉพาะเมื่อมีภูมิคุ้มกันบกพร่อง
ระหว่างนี้ควรจัดการเรื่องเพศสัมพันธ์อย่างไร
หากคู่นอนหรือคุณยังมีหูดที่มองเห็นได้ ควรงดเพศสัมพันธ์ทางช่องคลอด ทางทวารหนัก และทางปากจนกว่าหูดจะหายไป ตามคำแนะนำของ CDC ปี 2025 ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าหลังหูดหายแล้วจะยังแพร่ HPV ได้นานเพียงใด การใช้ถุงยางอนามัยอย่างถูกต้องทุกครั้งเมื่อตัดสินใจมีเพศสัมพันธ์ช่วยลดโอกาสรับหรือแพร่ HPV แต่ไม่ป้องกันได้ทั้งหมด เพราะ HPV อาจอยู่บนผิวหนังนอกบริเวณที่ถุงยางคลุม
การรักษาหูดมีเป้าหมายเพื่อเอารอยโรคออกหรือลดอาการ ไม่ใช่กำจัด HPV ออกจากร่างกายโดยตรง ดังนั้นหูดอาจกลับมาได้ และไม่ควรตีความว่าหลังรักษาแล้วความเสี่ยงเป็นศูนย์ ควรทำตามแผนติดตามของผู้รักษาและไม่ใช้ยากำจัดหูดทั่วไปจากร้านขายยากับอวัยวะเพศ
ต้องคัดกรองปากมดลูกหรือฉีดวัคซีนเพิ่มไหม
หากคุณมีปากมดลูก ให้คัดกรองมะเร็งปากมดลูกตามกำหนดและเกณฑ์ของพื้นที่ที่อยู่ หูดหงอนไก่เพียงอย่างเดียวไม่ใช่เหตุให้ต้องตรวจ Pap หรือ HPV ถี่ขึ้นกว่าปกติ เพราะ HPV ที่ทำให้หูดแตกต่างจากชนิดที่เกี่ยวข้องกับมะเร็ง การตรวจ HPV ในบริบทคัดกรองปากมดลูกจึงไม่ใช่การตรวจหูดหรือการตรวจ STI ทั่วไป
วัคซีน HPV มีไว้ช่วยป้องกันการติดเชื้อใหม่จากชนิดที่วัคซีนครอบคลุม และไม่ใช่การรักษาหูดหรือ HPV ที่มีอยู่แล้ว หากยังไม่เคยฉีดหรือฉีดไม่ครบ ควรสอบถามสถานพยาบาลเรื่องสิทธิ์ อายุ ชนิดวัคซีน และตารางที่ใช้ในประเทศไทย แทนการนำตารางจากประเทศอื่นมาใช้กับตนเอง
กรณีใดควรแจ้งแพทย์เร็วเป็นพิเศษ
ควรแจ้งบุคลากรสุขภาพหากกำลังตั้งครรภ์ วางแผนตั้งครรภ์ หรือมีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง เพราะรอยโรคและทางเลือกการรักษาอาจแตกต่างกัน และยาบางชนิดไม่เหมาะกับการตั้งครรภ์ หากมีเลือดออกมาก ปวดมาก ปัสสาวะลำบาก รอยโรคเป็นแผลหรือโตเร็ว หรือรู้สึกป่วยรุนแรง ควรติดต่อสถานพยาบาลโดยไม่รอดูอาการนาน
สรุปคือ ถ้ายังไม่มีอาการ คุณไม่จำเป็นต้องตรวจ HPV แบบทั่วไปโดยอัตโนมัติ แต่ควรนัดปรึกษาเมื่อมีตุ่มหรือแผล พิจารณาการตรวจ STI อื่นตามประวัติและความเสี่ยง คัดกรองปากมดลูกตามกำหนด และคุยกับคู่นอนเรื่องงดเพศสัมพันธ์ขณะมีหูด การใช้ถุงยาง และวัคซีนโดยไม่กล่าวโทษกัน สามารถอ่านภาพรวมเรื่องโรคนี้เพิ่มเติมได้ที่ คู่มือหูดหงอนไก่
อ่านเพิ่มเติมในบทความภาพรวมของหมวดนี้เพื่อทำความเข้าใจอาการ การตรวจ และการดูแลที่เกี่ยวข้อง
มีข้อสงสัย คุยต่อได้
มีคำถามเกี่ยวกับสุขภาพทางเพศหรืออยากเข้าใจข้อมูลเพิ่มเติม? สามารถปรึกษาเรื่องสุขภาพผ่าน LINEได้อย่างเป็นส่วนตัว เลือกคุยเรื่องที่คุณอยากสอบถามได้เลย

