เริมที่ปากเกิดจากไวรัส herpes simplex virus หรือ HSV โดยชนิดที่เกี่ยวข้องกับบริเวณปากบ่อยคือ HSV-1 ไวรัสชนิดนี้ทำให้เกิดตุ่มน้ำหรือแผลบริเวณริมฝีปากและรอบปากได้ ส่วน HSV-2 มักเกี่ยวข้องกับเริมที่อวัยวะเพศมากกว่า แต่ชนิดของเชื้อกับตำแหน่งที่เกิดอาการไม่ใช่สิ่งเดียวกันเสมอไป จึงไม่ควรสรุปจากตำแหน่งแผลเพียงอย่างเดียว ข้อมูลขององค์การอนามัยโลก ระบุว่า HSV เป็นการติดเชื้อที่รักษาควบคุมอาการได้ แต่ยังไม่มีวิธีกำจัดเชื้อให้หายขาด

เริมที่ปากเกิดจากเชื้ออะไร
HSV-1 มักแพร่จากการสัมผัสบริเวณปาก น้ำลาย หรือผิวหนังรอบปากของผู้ที่มีเชื้อ เช่น การจูบหรือการสัมผัสใกล้ชิด ขณะมีตุ่มหรือแผลความเสี่ยงแพร่เชื้อจะเด่นชัดขึ้น แต่เชื้ออาจแพร่ได้แม้ไม่มีอาการให้เห็นด้วย ดังนั้นคนที่ไม่เคยสังเกตว่ามีแผลก็อาจมีเชื้อและส่งต่อโดยไม่รู้ตัวได้
การเป็นเริมที่ปากไม่ได้แปลว่าต้องติดจากการมีเพศสัมพันธ์เสมอไป การสัมผัสน้ำลายหรือผิวรอบปากที่มีเชื้ออาจเกิดขึ้นนอกบริบททางเพศได้ด้วย ในทางกลับกัน HSV-1 จากปากสามารถแพร่ไปยังอวัยวะเพศของอีกคนผ่านการมีเพศสัมพันธ์ทางปากได้ จึงควรพูดถึงการสัมผัสที่เป็นไปได้โดยไม่กล่าวโทษหรือตัดสินความสัมพันธ์จากตำแหน่งแผล
ทำไมเริมที่ปากจึงกลับมาเป็นซ้ำ
หลังติดเชื้อ HSV ไวรัสสามารถอยู่สงบในเซลล์ประสาทแล้วกลับมาทำงานอีกครั้งเป็นช่วง ๆ การกลับเป็นซ้ำจึงไม่ได้หมายความว่าเพิ่งรับเชื้อจากเหตุการณ์ล่าสุดเสมอไป ตัวกระตุ้นที่องค์การอนามัยโลกระบุว่าอาจเกี่ยวข้อง ได้แก่ การป่วยหรือมีไข้ แสงแดด ความเครียด การบาดเจ็บ การผ่าตัด และการเปลี่ยนแปลงบางช่วงของร่างกาย ทั้งนี้แต่ละคนอาจมีตัวกระตุ้นไม่เหมือนกัน
ครั้งแรกอาจมีตุ่มน้ำหรือแผลเจ็บร่วมกับไข้ ปวดเมื่อย เจ็บคอ หรือมีต่อมน้ำเหลืองโตได้ ส่วนการกลับเป็นซ้ำมักสั้นและรุนแรงน้อยกว่าครั้งแรก อาการนำอาจเป็นคัน แสบ หรือเสียวซ่าก่อนมีตุ่มน้ำ อย่างไรก็ตามอาการเหล่านี้ไม่จำเพาะพอที่จะใช้ยืนยันโรคด้วยตนเอง
เริมที่ปากติดต่อทางไหน
เชื้อแพร่ได้จากการสัมผัสแผล น้ำลาย หรือผิวบริเวณปากที่มีเชื้อ โดยเฉพาะการสัมผัสปากโดยตรงในช่วงมีอาการ ควรหลีกเลี่ยงการจูบ การสัมผัสปากกัน และการใช้สิ่งของที่สัมผัสน้ำลายร่วมกันในช่วงนั้น การล้างมือหลังสัมผัสบริเวณแผลและไม่ขยี้ตาช่วยลดโอกาสพาเชื้อไปยังบริเวณอื่น
CDC อธิบายว่าเชื้อจากเริมที่ปากสามารถแพร่ไปยังอวัยวะเพศผ่านการมีเพศสัมพันธ์ทางปากได้ และการใช้ถุงยางหรือแผ่นกั้นช่วยลดความเสี่ยงของการติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์บางส่วน แต่ไม่ครอบคลุมผิวหนังทุกบริเวณ หากมีตุ่มหรือแผลอยู่ควรงดการสัมผัสทางปากและกิจกรรมทางเพศจนกว่าอาการจะหายและได้รับคำแนะนำที่เหมาะสม
ตุ่มหรือแผลที่ปากเป็นเริมแน่ไหม
ไม่ใช่ทุกตุ่มหรือแผลริมฝีปากจะเกิดจาก HSV อาการอาจคล้ายการระคายเคือง แผลจากการเสียดสี หรือภาวะผิวหนังอื่นได้ และบางคนที่มี HSV ก็ไม่มีแผลให้เห็น การดูจากภาพ สี หรือรูปร่างเพียงอย่างเดียวจึงไม่พอสำหรับการวินิจฉัย หากแผลเป็นครั้งแรก เจ็บมาก เป็นกว้าง เป็นซ้ำบ่อย หรือไม่แน่ใจว่าเป็นอะไร ควรให้บุคลากรทางการแพทย์ประเมิน
เมื่อไรควรตรวจ
ถ้ามีตุ่มหรือแผลสด บุคลากรทางการแพทย์อาจเก็บตัวอย่างป้ายจากรอยโรคเพื่อช่วยตรวจหา HSV โดยตัวอย่างจากแผลที่ยังไม่ตกสะเก็ดหรือกำลังหายมักเหมาะกว่าการรอจนแผลแห้ง CDC ระบุว่าการตรวจเลือดมีข้อจำกัดและอาจให้ผลคลาดเคลื่อนได้ โดยเฉพาะเมื่อไม่มีอาการหรือมีความเสี่ยงต่ำ อีกทั้งผลตรวจไม่สามารถบอกได้ว่าได้รับเชื้อจากใครหรือเมื่อใด จึงควรเลือกชนิดการตรวจร่วมกับประวัติและอาการ ไม่ควรซื้อชุดตรวจหรือแปลผลเองเพื่อสรุปเรื่องคู่สัมพันธ์
หลักการดูแลและลดการแพร่เชื้อ
เริมยังไม่มีวิธีกำจัดเชื้อให้หายขาด แต่การรักษาที่บุคลากรทางการแพทย์พิจารณาให้เหมาะกับอาการอาจช่วยลดระยะเวลาหรือความรุนแรงของแผลได้ หากเป็นครั้งแรก อาการรุนแรง แผลไม่ดีขึ้น หรือกลับเป็นซ้ำจนรบกวนชีวิต ควรขอคำแนะนำแทนการซื้อยามาใช้เองและไม่ควรใช้ยาของผู้อื่น
- หลีกเลี่ยงการจูบและการสัมผัสบริเวณปากโดยตรงตั้งแต่เริ่มมีอาการนำจนแผลหาย
- งดการมีเพศสัมพันธ์ทางปากในช่วงมีแผล เพื่อลดโอกาสแพร่ HSV-1 ไปยังอวัยวะเพศ
- ล้างมือหลังสัมผัสแผล ไม่แกะเกา และไม่จับตาหลังแตะบริเวณที่สงสัยว่ามีเชื้อ
- หากตั้งครรภ์ มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง หรือมีประวัติเริมแล้วเกิดอาการผิดปกติ ควรแจ้งผู้ดูแลสุขภาพ
ควรรีบพบแพทย์เมื่อมีอาการเจ็บตาหรือตาแดงร่วมด้วย ไข้สูง ปวดศีรษะมาก คอแข็ง สับสน ปัสสาวะไม่ออก แผลลุกลามหรือเจ็บมากผิดปกติ รวมถึงเมื่อมีภูมิคุ้มกันบกพร่อง อาการเหล่านี้ไม่ควรรอดูเอง เพราะเริมอาจมีภาวะแทรกซ้อนที่ต้องประเมินเร็ว
อ่านภาพรวมเรื่องสาเหตุ อาการ การติดต่อ และการป้องกันได้ที่ เริมคืออะไร? อาการ การติดต่อ วิธีรักษา และการป้องกันการกลับเป็นซ้ำ
อ่านเพิ่มเติมในบทความภาพรวมของหมวดนี้เพื่อทำความเข้าใจอาการ การตรวจ และการดูแลที่เกี่ยวข้อง
มีข้อสงสัย คุยต่อได้
มีคำถามเกี่ยวกับสุขภาพทางเพศหรืออยากเข้าใจข้อมูลเพิ่มเติม? สามารถปรึกษาเรื่องสุขภาพผ่าน LINEได้อย่างเป็นส่วนตัว เลือกคุยเรื่องที่คุณอยากสอบถามได้เลย




