คำตอบสั้น ๆ คือ หลังเริ่มยาปฏิชีวนะที่บุคลากรทางการแพทย์เลือกให้เหมาะสม อาการของแผลริมอ่อนมักเริ่มดีขึ้นภายในประมาณ 3 วัน และควรเห็นการเปลี่ยนแปลงของแผลชัดขึ้นภายใน 7 วัน อย่างไรก็ตาม ระยะนี้เป็นกรอบโดยทั่วไป ไม่ใช่กำหนดตายตัวว่าแผลจะปิดสนิทในวันใด ตาม แนวทาง CDC เรื่องแผลริมอ่อน แผลขนาดใหญ่อาจต้องใช้เวลามากกว่า 2 สัปดาห์กว่าจะหาย
การนับเวลาควรเริ่มจากวันที่เริ่มการรักษาที่เหมาะสม ไม่ใช่เดาจากวันที่เห็นตุ่มหรือแผลครั้งแรก เพราะหลายคนไม่แน่ใจว่าเริ่มเป็นเมื่อไร และแผลอวัยวะเพศมีสาเหตุได้หลายอย่าง การที่ปวดลดลงจึงไม่ได้ยืนยันว่าแผลปิดสนิทหรือไม่แพร่เชื้อแล้ว ควรทำตามแผนติดตามที่ได้รับแทนการรอดูจำนวนวันเพียงอย่างเดียว

อะไรทำให้แผลหายเร็วหรือช้า
แผลริมอ่อนเกิดจากแบคทีเรีย Haemophilus ducreyi และข้อมูลภาษาไทยของ กรมควบคุมโรค ระบุระยะฟักตัวประมาณ 3–7 วัน ระยะฟักตัวนี้เป็นช่วงก่อนอาการ ไม่ใช่เวลาที่ใช้รักษาให้แผลหาย เมื่อเริ่มรักษาแล้ว ขนาดและความลึกของแผลมีผลต่อระยะฟื้นตัว แผลที่เป็นมากจึงอาจใช้เวลานานกว่ากรอบทั่วไป
ต่อมน้ำเหลืองขาหนีบที่บวมและมีหนองอาจยุบช้ากว่าแผล แม้การรักษาจะได้ผลแล้วก็ตาม ผู้ติดเชื้อเอชไอวีและผู้ชายที่ไม่ได้ขลิบอาจตอบสนองต่อการรักษาช้ากว่า จึงควรแจ้งประวัติสุขภาพกับผู้ตรวจและติดตามใกล้ชิด ไม่ควรเปลี่ยนหรือเพิ่มยาด้วยตนเอง
แผลเจ็บใช่แผลริมอ่อนเสมอไหม
ไม่เสมอไป แผลริมอ่อนมักถูกนึกถึงเมื่อมีแผลอวัยวะเพศที่เจ็บและลึก แต่ลักษณะนี้พบร่วมกับโรคอื่นได้ และต่อมน้ำเหลืองขาหนีบที่กดเจ็บก็ไม่ได้เกิดในทุกคน CDC ระบุว่าการวินิจฉัยที่น่าเชื่อต้องพิจารณาลักษณะแผลร่วมกับการตรวจไม่พบซิฟิลิสและผลตรวจเริมจากแผลเป็นลบ จึงไม่ควรสรุปจากภาพ จำนวนแผล หรือความเจ็บเพียงอย่างเดียว
แผลอวัยวะเพศอาจเกี่ยวข้องกับเริม ซิฟิลิส หรือโรคติดเชื้ออื่น รวมถึงภาวะผิวหนังที่ไม่ใช่การติดเชื้อ แนวทาง Genital Ulcers ของ NHS Scotland ซึ่งหน้าเว็บทบทวนล่าสุดเมื่อ 14 มกราคม 2026 จึงเน้นการซักประวัติ ตรวจแผลและต่อมน้ำเหลือง และคัดกรองโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ตามความเหมาะสม
ต้องตรวจและรักษาอย่างไร
ผู้ตรวจอาจตรวจร่างกายและต่อมน้ำเหลือง เก็บตัวอย่างจากแผลเพื่อตรวจเริมและซิฟิลิส ตรวจเลือดซิฟิลิส และพิจารณาตรวจเอชไอวีหรือโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่นตามความเสี่ยง หากมีบริการ อาจเพาะเชื้อหรือใช้การตรวจระดับโมเลกุลหา H. ducreyi แต่การเพาะเชื้อต้องใช้อาหารเลี้ยงเชื้อเฉพาะและหาได้ไม่ทั่วไป อีกทั้งความไวของการเพาะเชื้อมีจำกัด จึงไม่ใช่ทุกแห่งที่จะตรวจยืนยันได้
การรักษาหลักคือยาปฏิชีวนะที่แพทย์หรือบุคลากรทางการแพทย์เลือกตามผลประเมิน ภาวะตั้งครรภ์ การให้นมบุตร ภูมิคุ้มกัน และแนวทางในพื้นที่ บทความนี้ไม่ระบุชื่อยา ขนาดยา หรือสูตรยา เพราะการเลือกเองอาจทำให้รักษาไม่ตรงโรคหรือเกิดอันตรายได้ แนวทาง WHO ปี 2021 สนับสนุนให้ประเทศและผู้ให้บริการใช้การประเมินกลุ่มอาการร่วมกับการตรวจที่เข้าถึงได้จริง โดยเฉพาะในพื้นที่ที่การตรวจทางห้องปฏิบัติการมีจำกัด
ถ้าเริ่มรักษาแล้วควรทำอย่างไร
CDC แนะนำให้ตรวจซ้ำประมาณ 3–7 วันหลังเริ่มการรักษา หากอาการไม่ดีขึ้นเลย แผลแย่ลง หรือยังไม่เห็นการเปลี่ยนแปลงที่ควรเกิดขึ้น ควรกลับไปพบผู้ตรวจ ไม่ควรสรุปว่าเป็นเพราะยาแรงไม่พอแล้วซื้อยาเพิ่ม เพราะอาจเป็นโรคอื่น มีการติดเชื้อร่วม การใช้ยาไม่ตรงตามคำแนะนำ เชื้อดื้อยา หรือมีภาวะที่ทำให้แผลหายช้า
ระหว่างมีแผลควรงดการมีเพศสัมพันธ์จนกว่าผู้ป่วยและคู่นอนจะได้รับการประเมินและดูแลตามความเหมาะสม หลีกเลี่ยงการแกะแผลและการทาสารที่ไม่ทราบแน่ชัด คู่นอนที่มีเพศสัมพันธ์กับผู้ป่วยในช่วง 10 วันก่อนเริ่มมีอาการควรได้รับการตรวจและรักษาตามคำแนะนำ แม้ยังไม่มีอาการก็ตาม
เมื่อไรควรพบแพทย์เร็ว
ควรไปพบแพทย์หรือสถานพยาบาลเร็วเมื่อมีแผลอวัยวะเพศที่เจ็บมาก แผลลุกลาม ปวดบวมมาก มีก้อนหนองที่ขาหนีบ มีไข้สูง ปัสสาวะไม่ออก หรือมีเลือดออกมาก รวมถึงเมื่อกำลังตั้งครรภ์ ให้นมบุตร หรือมีภูมิคุ้มกันบกพร่อง หากอาการรุนแรงหรือทรุดลงอย่างรวดเร็ว ให้ติดต่อสถานพยาบาลโดยตรง ไม่รอให้ครบ 3 หรือ 7 วัน
สรุปคือ แผลริมอ่อนมักเริ่มดีขึ้นภายใน 3 วันหลังการรักษาที่เหมาะสม ควรเห็นความเปลี่ยนแปลงชัดภายใน 7 วัน และแผลใหญ่อาจใช้เวลามากกว่า 2 สัปดาห์ แต่ระยะจริงขึ้นกับขนาดแผลและสุขภาพของแต่ละคน หากไม่ดีขึ้นตามคาด การตรวจซ้ำสำคัญกว่าการนับวันหรือวินิจฉัยด้วยตนเอง
อ่านเพิ่มเติมในบทความภาพรวมของหมวดนี้เพื่อทำความเข้าใจอาการ การตรวจ และการดูแลที่เกี่ยวข้อง
มีข้อสงสัย คุยต่อได้
มีคำถามเกี่ยวกับสุขภาพทางเพศหรืออยากเข้าใจข้อมูลเพิ่มเติม? สามารถปรึกษาเรื่องสุขภาพผ่าน LINEได้อย่างเป็นส่วนตัว เลือกคุยเรื่องที่คุณอยากสอบถามได้เลย

