การตรวจตกขาวไม่ได้หมายความว่าแพทย์จะดูสีหรือกลิ่นแล้วสรุปโรคทันที เพราะอาการคัน แสบ กลิ่น หรือสารคัดหลั่งที่เปลี่ยนไปอาจเกิดจากหลายสาเหตุ เช่น ภาวะช่องคลอดเสียสมดุลจากแบคทีเรีย เชื้อรา พยาธิช่องคลอด การอักเสบของปากมดลูก หรือการระคายเคืองที่ไม่ใช่การติดเชื้อ CDC ระบุว่าประวัติอย่างเดียวไม่เพียงพอสำหรับวินิจฉัยช่องคลอดอักเสบอย่างแม่นยำ จึงอาจต้องซักประวัติ ตรวจร่างกาย และตรวจตัวอย่างตามความเหมาะสม

ก่อนไปตรวจ ควรเตรียมข้อมูลอะไรบ้าง
จดสิ่งที่สังเกตได้ไปเล่าอย่างตรงไปตรงมา ไม่ต้องกังวลว่าจะใช้คำทางการแพทย์ไม่ถูก ข้อมูลที่ช่วยให้ผู้ให้บริการวางแผนตรวจ ได้แก่ วันเริ่มอาการ การเปลี่ยนแปลงของปริมาณ เนื้อสัมผัส กลิ่น หรือสี รวมถึงมีคัน แสบ เจ็บเวลาปัสสาวะ เจ็บขณะมีเพศสัมพันธ์ ปวดท้องน้อย เลือดออกระหว่างรอบเดือน หรือเลือดออกหลังมีเพศสัมพันธ์หรือไม่ อาการเหล่านี้เป็นเบาะแสประกอบการประเมิน ไม่ใช่เกณฑ์ที่ใช้ฟันธงโรคด้วยตัวเอง
- บอกวันแรกของประจำเดือนครั้งล่าสุด และแจ้งว่ากำลังมีประจำเดือนหรือมีเลือดออกอยู่หรือไม่
- จดชื่อหรือถ่ายรูปฉลากยาที่ใช้เอง ยาสอด ครีม ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดภายใน หรือการรักษาที่เพิ่งใช้ รวมทั้งช่วงเวลาที่ใช้
- แจ้งโอกาสตั้งครรภ์หรือการตั้งครรภ์ เพราะข้อมูลนี้มีผลต่อการวางแผนดูแล
- หากสะดวก ให้เตรียมข้อมูลเรื่องเพศสัมพันธ์ คู่นอนใหม่ การใช้ถุงยาง และประวัติโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ การถามควรเป็นไปเพื่อเลือกการตรวจที่เหมาะสม ไม่ใช่การตัดสิน
ข้อมูลเรื่องรอบเดือน สุขอนามัยช่องคลอด พฤติกรรมทางเพศ และยาหรือผลิตภัณฑ์ที่ใช้ เป็นส่วนหนึ่งของประวัติที่ CDC แนะนำให้ซักเมื่อประเมินอาการตกขาว จึงควรบอกตามจริงแม้คิดว่าอาจไม่เกี่ยวข้อง
ก่อนเก็บตัวอย่าง ควรทำหรือเลี่ยงอะไร
ไม่ควรสวนล้างช่องคลอดหรือพยายามใช้สบู่ เจล ผ้าเช็ดทำความสะอาดที่มีกลิ่นหอม และผลิตภัณฑ์ภายในเพื่อกลบอาการ NHS แนะนำให้หลีกเลี่ยงการสวนล้างและผลิตภัณฑ์ที่มีกลิ่นหอม หากใช้ไปแล้วไม่ต้องปกปิดหรือยกเลิกนัดเอง เพียงแจ้งว่าใช้ผลิตภัณฑ์อะไรและเมื่อไร เพื่อให้ผู้ให้บริการแปลผลตรวจอย่างระมัดระวัง
เรื่องงดเพศสัมพันธ์ งดยาสอด หรือการต้องเลื่อนนัดเมื่อมีประจำเดือนอาจไม่เหมือนกันในทุกสถานพยาบาลและทุกชนิดตัวอย่าง จึงไม่ควรเดากฎตายตัวจากประสบการณ์ของคนอื่น ให้ทำตามคำแนะนำของคลินิกที่นัดไว้ หรือโทรถามก่อนเดินทาง หากไม่ได้รับคำแนะนำ ให้ไปตามนัดและแจ้งข้อมูลที่อาจมีผลต่อการเก็บตัวอย่างแทน
แพทย์อาจซักประวัติและตรวจร่างกายอย่างไร
ขั้นแรกมักเป็นการพูดคุยเรื่องอาการ ระยะเวลา รอบเดือน การตั้งครรภ์ที่อาจเกิดขึ้น การใช้ผลิตภัณฑ์หรือยาด้วยตนเอง และความเสี่ยงของโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ จากนั้นอาจตรวจบริเวณภายนอก และพิจารณาตรวจภายในหรือดูบริเวณช่องคลอดกับปากมดลูกเมื่อมีเหตุผลจากอาการ ผลตรวจเบื้องต้น หรือความเสี่ยง การตรวจภายในไม่ได้จำเป็นต้องเหมือนกันทุกคน
หากต้องตรวจภายใน ผู้ให้บริการควรอธิบายว่าจะทำอะไร ขออนุญาตก่อนสัมผัส และเปิดโอกาสให้ถามได้ คุณสามารถบอกความกังวล ขอให้หยุดชั่วคราว หรือขอหยุดการตรวจได้ ACOG อธิบายว่าผู้รับบริการขอให้หยุดการตรวจได้ทุกเมื่อ หากเคยมีประสบการณ์ที่ทำให้กลัวหรือเจ็บ หรืออยากมีบุคคลที่ไว้ใจหรือผู้ทำหน้าที่เป็น chaperone อยู่ในห้อง ควรแจ้งตั้งแต่ก่อนเริ่มตรวจ
การตรวจตัวอย่างที่อาจใช้
pH, KOH และ wet mount
ผู้ให้บริการอาจนำสารคัดหลั่งไปวัดความเป็นกรดด่าง หรือ pH และใช้ตัวอย่างกับสารละลาย KOH ก่อนส่องด้วยกล้องจุลทรรศน์แบบ wet mount เพื่อค้นหาเบาะแสของเชื้อรา เซลล์ที่สัมพันธ์กับภาวะช่องคลอดเสียสมดุลจากแบคทีเรีย หรือเชื้อพยาธิช่องคลอด CDC ระบุว่า pH ที่สูงกว่า 4.5 พบได้บ่อยในภาวะช่องคลอดเสียสมดุลจากแบคทีเรียหรือ trichomoniasis แต่ค่า pH ไม่จำเพาะ และ trichomoniasis บางรายอาจมี pH ปกติได้ จึงไม่ควรใช้ค่าหนึ่งค่าเป็นคำตอบสุดท้าย
wet mount เป็นการดูตัวอย่างสดด้วยกล้องจุลทรรศน์และมักทำใกล้เวลาที่เก็บตัวอย่าง การไม่พบเชื้อจาก wet mount ไม่ได้ตัดเชื้อรา หรือ trichomoniasis ออกทั้งหมด เพราะความไวของการตรวจมีข้อจำกัด แนวทาง CDC เรื่องอาการตกขาว จึงระบุว่าผลตรวจต้องแปลร่วมกับอาการ การตรวจร่างกาย และการตรวจอื่นเมื่อจำเป็น
NAAT และการตรวจโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์
หากมีอาการหรือผลตรวจที่ทำให้นึกถึง trichomoniasis แพทย์อาจเลือกตรวจแบบ NAAT ซึ่งเป็นการตรวจสารพันธุกรรมของเชื้อ และตรวจจากตัวอย่างที่เหมาะกับวิธีนั้น เช่น สารคัดหลั่งจากช่องคลอดหรือปัสสาวะตามบริบท CDC ระบุว่า NAAT ตรวจพบ trichomoniasis ได้มากกว่า wet mount ในผู้หญิงหลายบริบท การเลือกตรวจและการแปลผลต้องให้ผู้ให้บริการเป็นผู้พิจารณา ไม่ควรซื้อชุดตรวจหรืออ่านผลแทนการประเมินทั้งหมด
ถ้าพบลักษณะปากมดลูกอักเสบ เช่น สารคัดหลั่งจากปากมดลูกผิดปกติ เลือดออกง่าย หรือมีเลือดออกระหว่างรอบเดือน แพทย์อาจตรวจ chlamydia และ gonorrhea ด้วย NAAT จากตัวอย่างช่องคลอด ปากมดลูก หรือปัสสาวะ และประเมิน BV กับ trichomoniasis ร่วมด้วยตามอาการ แนวทาง CDC เรื่อง cervicitis ระบุว่าการตรวจโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่น เช่น HIV หรือซิฟิลิส อาจพิจารณาตามความเสี่ยงและการวินิจฉัย ไม่ได้หมายความว่าทุกคนที่มีตกขาวต้องตรวจทุกอย่าง
ผลตรวจบอกอะไร และมีข้อจำกัดอย่างไร
ผลตรวจแต่ละชนิดตอบคำถามคนละส่วน pH ช่วยบอกสภาพแวดล้อมในช่องคลอด KOH และ wet mount ช่วยค้นหาเบาะแสจากตัวอย่างที่เก็บในขณะนั้น ส่วน NAAT หรือการตรวจทางห้องปฏิบัติการอื่นอาจเหมาะเมื่อสงสัยเชื้อบางชนิดหรือเมื่อผลเบื้องต้นยังไม่ชัดเจน ดังนั้นผลที่ “ไม่พบ” จากการตรวจหนึ่งอย่างไม่ได้แปลว่าไม่มีทุกสาเหตุ และผลที่ผิดปกติก็ต้องแปลร่วมกับอาการและประวัติ
หากยังมีอาการต่อเนื่อง ผลตรวจไม่สอดคล้องกับอาการ หรือกลับเป็นซ้ำ ควรกลับไปประเมินใหม่ ไม่ควรเปลี่ยนยาเองหรือสรุปว่าเป็นเชื้อราเพียงเพราะเคยมีอาการคล้ายกัน ในบางกรณีอาจต้องตรวจเพิ่มเติมหรือส่งต่อผู้เชี่ยวชาญตามดุลยพินิจของผู้ให้บริการ
เมื่อไรควรไปพบแพทย์เร็ว
ควรขอรับการประเมินเร็วขึ้นเมื่อมีปวดท้องน้อยมาก ไข้ หน้ามืด เลือดออกผิดปกติ เจ็บขณะมีเพศสัมพันธ์ แผลหรือตุ่ม หรืออาการแย่ลงอย่างรวดเร็ว หากตั้งครรภ์หรืออาจตั้งครรภ์แล้วมีตกขาวกลิ่นผิดปกติ คัน แสบ ปวด หรือมีเลือดออก ให้ติดต่อผู้ดูแลครรภ์ ส่วนอาการรุนแรงหรือมีเลือดออกมากควรติดต่อสถานพยาบาลโดยตรง ไม่รอคำตอบทางแชต
อ่านเพิ่มเติมในบทความภาพรวมของหมวดนี้เพื่อทำความเข้าใจอาการ การตรวจ และการดูแลที่เกี่ยวข้อง
มีข้อสงสัย คุยต่อได้
มีคำถามเกี่ยวกับสุขภาพทางเพศหรืออยากเข้าใจข้อมูลเพิ่มเติม? สามารถปรึกษาเรื่องสุขภาพผ่าน LINEได้อย่างเป็นส่วนตัว เลือกคุยเรื่องที่คุณอยากสอบถามได้เลย

