ข้ามไปยังเนื้อหา
ความรู้สุขภาพทางเพศที่อ่านแล้วเข้าใจข้อมูลเพื่อการเรียนรู้ ไม่ใช่การวินิจฉัยเฉพาะบุคคล
เริม

เริมกับแผลริมอ่อนต่างกันอย่างไร

เริมเกิดจากไวรัส HSV และมักเริ่มคันแสบหรือตุ่มน้ำที่แตกเป็นแผลเจ็บซึ่งกลับเป็นซ้ำได้ ส่วนแผลริมอ่อนเกิดจากแบคทีเรียและมักเป็นแผลลึกเจ็บ อาจมีต่อมน้ำเหลืองขาหนีบอักเสบ ทั้งสองโรคดูจากลักษณะแผลอย่างเดียวไม่ได้ ควรพบบุคลากรทางการแพทย์เพื่อเก็บตัวอย่างและตรวจแยกโรค

อยากถามให้ชัดขึ้น?

มีข้อสงสัย ค่อย ๆ คุยกันได้

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสุขภาพทางเพศผ่าน LINE ได้อย่างเป็นส่วนตัว เลือกคุยเรื่องที่คุณอยากเข้าใจเพิ่มเติมได้เลย

ปรึกษาเรื่องสุขภาพผ่าน LINE

เริมกับแผลริมอ่อนเป็นคนละโรค แต่ทั้งคู่ทำให้เกิดแผลเจ็บบริเวณอวัยวะเพศและติดต่อผ่านการสัมผัสทางเพศได้ จึงมักถูกเข้าใจผิดกัน ลักษณะของแผลช่วยให้บุคลากรทางการแพทย์ตั้งข้อสงสัยได้เท่านั้น ไม่สามารถใช้ดูเองจากภาพแล้วสรุปว่าเป็นโรคใด เพราะแผลจากซิฟิลิส การระคายเคือง หรือโรคผิวหนังอื่นก็อาจคล้ายกันได้ แนวทางของ CDC ระบุว่าการวินิจฉัยแผลริมอ่อนต้องประเมินร่วมกับผลตรวจที่ช่วยแยกซิฟิลิสและเริมด้วย แนวทาง CDC เรื่องแผลริมอ่อน

อินโฟกราฟิกสรุป: เริมกับแผลริมอ่อนต่างกันอย่างไร พร้อมข้อควรระวังและแหล่งข้อมูล
ภาพสรุปประกอบบทความ: เริมกับแผลริมอ่อนต่างกันอย่างไร — ข้อมูลทั่วไป ไม่แทนการตรวจวินิจฉัย อ่านรายละเอียดและแหล่งอ้างอิงในเนื้อหาด้านล่าง

สาเหตุของโรคต่างกัน

เริมเกิดจาก herpes simplex virus หรือ HSV ซึ่งมีทั้ง HSV-1 และ HSV-2 โดย HSV-1 ก็ทำให้เกิดเริมบริเวณอวัยวะเพศได้ โดยเฉพาะหลังการสัมผัสปากกับอวัยวะเพศ ส่วน HSV-2 มักเกี่ยวข้องกับเริมอวัยวะเพศ เริมอาจไม่มีอาการหรือมีอาการน้อยจนไม่รู้ตัว และไวรัสยังแพร่ได้แม้ผิวจะดูปกติ ขณะที่แผลริมอ่อนเกิดจากแบคทีเรีย Haemophilus ducreyi จึงเป็นการติดเชื้อคนละกลุ่มกับเริม ข้อมูล WHO เรื่องไวรัสเริม

ลักษณะที่พบได้บ่อยต่างกันอย่างไร

เริม

เริมมักมีอาการคัน แสบ หรือเสียวซ่านำมาก่อน แล้วจึงมีตุ่มนูนหรือตุ่มน้ำใสเดี่ยวหรือเป็นกลุ่ม ตุ่มอาจแตก มีน้ำซึม และกลายเป็นแผลเจ็บ บางครั้งมีไข้ ปวดเมื่อย หรือมีต่อมน้ำเหลืองโตในช่วงติดเชื้อครั้งแรก อาการอาจกลับมาเป็นซ้ำได้ โดยครั้งต่อ ๆ ไปมักสั้นหรือเบากว่าเดิม อย่างไรก็ตาม คนจำนวนมากไม่มีตุ่มหรือแผลที่สังเกตได้ จึงไม่ควรใช้การไม่มีแผลมาตัดเริมทิ้ง แหล่งข้อมูล WHO อธิบายว่าเริมเป็นโรคที่ควบคุมอาการได้ แต่ยังไม่มีวิธีกำจัดเชื้อออกจากร่างกาย

แผลริมอ่อน

แผลริมอ่อนมักทำให้เกิดแผลที่ลึกและเจ็บ อาจมีต่อมน้ำเหลืองบริเวณขาหนีบที่กดเจ็บและมีการอักเสบเป็นหนองร่วมด้วย แต่ไม่ได้เกิดกับทุกคน อาการสำคัญของแผลริมอ่อนจึงมีส่วนทับซ้อนกับเริม โดยเฉพาะเรื่องความเจ็บและตำแหน่งที่เป็นแผล อีกทั้งเริมในช่วงแรกก็อาจมีแผลหลายแผลและอาการรุนแรงได้ ดังนั้นคำว่า “แผลลึก” หรือ “มีต่อมน้ำเหลือง” อย่างใดอย่างหนึ่งยังไม่ใช่ผลวินิจฉัย

การตรวจช่วยแยกโรคอย่างไร

ถ้ามีตุ่มหรือแผลใหม่ ควรไปตรวจในช่วงที่แผลยังสด เพราะบุคลากรทางการแพทย์อาจเก็บตัวอย่างจากแผลไปตรวจหา HSV ด้วยวิธี NAAT หรือ PCR และอาจใช้การเพาะเชื้อตามความพร้อมของสถานพยาบาล การตรวจจากแผลมักมีประโยชน์กว่าการเดาจากรูปลักษณ์ แนวทาง CDC ระบุว่าการวินิจฉัยเริมจากการตรวจร่างกายเพียงอย่างเดียวทำได้ยาก และการเพาะเชื้ออาจตรวจพบได้น้อยลงเมื่อแผลเริ่มหาย แนวทาง CDC เรื่องเริมที่อวัยวะเพศ

สำหรับแผลริมอ่อน การยืนยันเชื้อโดยเพาะเชื้อต้องใช้สื่อเพาะเฉพาะซึ่งไม่ได้มีในห้องปฏิบัติการทั่วไป และในสหรัฐฯ ยังไม่มีการตรวจ NAAT ที่ผ่านการรับรองจาก FDA สำหรับเชื้อนี้ในงานตรวจทั่วไป แพทย์จึงอาศัยประวัติ ลักษณะแผล การตรวจหาเชื้ออื่น และบริบทของพื้นที่ร่วมกัน หากสงสัยโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ อาจประเมินการตรวจซิฟิลิส HIV หรือโรคอื่นตามอาการและความเสี่ยงด้วย การตรวจที่เหมาะสมจึงไม่เหมือนกันทุกคน

การตรวจเลือดหาเริมไม่ได้ตอบได้เสมอว่าแผลครั้งนี้เกิดจากเริมหรือไม่ และไม่บอกว่าได้รับเชื้อจากใครหรือเมื่อใด ผลอาจคลาดเคลื่อนได้หากตรวจเร็วเกินไปหรือมีโอกาสติดเชื้อต่ำ CDC จึงไม่แนะนำให้ตรวจเลือดหาเริมเป็นกิจวัตรในคนที่ไม่มีอาการส่วนใหญ่ ส่วนผู้ที่มีแผลหรืออาการบริเวณอวัยวะเพศควรคุยกับผู้ตรวจว่าควรเก็บตัวอย่างจากแผลและตรวจโรคใดบ้าง คำแนะนำ CDC เรื่องการตรวจเริม

หลักการรักษาก็ต่างกัน

เริมเป็นการติดเชื้อไวรัสที่อยู่ในร่างกายต่อเนื่อง ยาต้านไวรัสที่บุคลากรทางการแพทย์พิจารณาให้สามารถช่วยลดระยะเวลาและความรุนแรงของอาการ หรือช่วยลดการกลับเป็นซ้ำในบางกรณี แต่ไม่กำจัดเชื้อให้หายขาด การรักษาจะได้ประโยชน์มากขึ้นเมื่อประเมินตั้งแต่เริ่มมีอาการ จึงไม่ควรซื้อยามาใช้เองหรือใช้ยาของผู้อื่น

แผลริมอ่อนเป็นการติดเชื้อแบคทีเรียและสามารถรักษาให้หายจากการติดเชื้อได้ด้วยยาปฏิชีวนะที่เลือกตามการประเมินของบุคลากรทางการแพทย์ หากเป็นมากอาจต้องติดตามแผลและต่อมน้ำเหลืองเพิ่มเติม การที่โรคนี้รักษาได้ไม่ได้หมายความว่าแผลอวัยวะเพศทุกชนิดจะเป็นแผลริมอ่อน เพราะเริม ซิฟิลิส และสาเหตุอื่นต้องใช้แนวทางต่างกัน

ระหว่างรอตรวจควรดูแลตัวเองอย่างไร

  • งดการมีเพศสัมพันธ์ทางช่องคลอด ทางทวารหนัก และทางปากตั้งแต่เริ่มมีแสบคันหรือตุ่มแผล จนกว่าจะได้รับการประเมินและแผลหายหรือผู้ดูแลแนะนำให้กลับมามีกิจกรรมได้
  • อย่าแกะ บีบ หรือเจาะตุ่มและแผล ล้างมือหลังสัมผัสบริเวณนั้น และไม่ใช้เซ็กซ์ทอยร่วมกับผู้อื่น หากจำเป็นต้องใช้ควรทำความสะอาดและเปลี่ยนถุงยางตามคำแนะนำ
  • ถุงยางอนามัยและแผ่นกั้นช่วยลดความเสี่ยงของเริมและโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่น แต่ไม่ป้องกันเริมได้ทั้งหมด เพราะผิวที่แพร่เชื้ออาจอยู่นอกบริเวณที่ปกคลุม
  • บอกคู่นอนอย่างตรงไปตรงมาโดยไม่กล่าวโทษกัน เพราะเวลาที่เริ่มมีแผลไม่สามารถยืนยันได้ว่าได้รับเชื้อจากใครหรือเมื่อใด

เมื่อไรควรพบแพทย์เร็ว

ควรพบแพทย์หรือคลินิกโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์เมื่อมีแผลหรือตุ่มบริเวณอวัยวะเพศเป็นครั้งแรก แผลเจ็บมาก เป็นกว้าง ไม่ดีขึ้น มีไข้ หรือมีความเสี่ยงจากการสัมผัสทางเพศ หากปัสสาวะไม่ออก มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง กำลังตั้งครรภ์ หรือมีตาแดงและเจ็บตาร่วมด้วย ควรแจ้งบุคลากรทางการแพทย์ทันที อาการสับสน คอแข็ง หรือปวดศีรษะรุนแรงเป็นเหตุให้ไปสถานพยาบาลฉุกเฉิน ไม่ควรรอดูอาการหรือพยายามแยกโรคเอง

สรุปเริมกับแผลริมอ่อน

  • เริม: เกิดจาก HSV อาจเริ่มคันแสบและตุ่มน้ำ แตกเป็นแผลเจ็บ กลับเป็นซ้ำหรือไม่มีอาการได้ การตรวจจากแผลสดช่วยยืนยัน และยาต้านไวรัสช่วยควบคุมอาการแต่ไม่กำจัดเชื้อ
  • แผลริมอ่อน: เกิดจากแบคทีเรีย มักเป็นแผลลึกเจ็บ และอาจมีต่อมน้ำเหลืองขาหนีบอักเสบเป็นหนอง การวินิจฉัยต้องอาศัยการประเมินและแยกโรคอื่น การรักษาด้วยยาปฏิชีวนะทำให้หายจากการติดเชื้อได้
  • ทั้งสองโรค: ไม่ควรฟันธงจากภาพหรือแผลเพียงอย่างเดียว และควรตรวจโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่นตามความเหมาะสม

หากต้องการอ่านเรื่องเริมในภาพรวม ดูที่ คู่มือเริม อาการ การติดต่อ และการป้องกัน หรืออ่านต่อเรื่อง ลักษณะเริมที่อวัยวะเพศ และ เริมรักษาหายขาดไหมและการกลับเป็นซ้ำ

อ่านเพิ่มเติมในบทความภาพรวมของหมวดนี้เพื่อทำความเข้าใจอาการ การตรวจ และการดูแลที่เกี่ยวข้อง

มีข้อสงสัย คุยต่อได้

มีคำถามเกี่ยวกับสุขภาพทางเพศหรืออยากเข้าใจข้อมูลเพิ่มเติม? สามารถปรึกษาเรื่องสุขภาพผ่าน LINEได้อย่างเป็นส่วนตัว เลือกคุยเรื่องที่คุณอยากสอบถามได้เลย

คำถามที่พบบ่อย

เริมกับแผลริมอ่อนดูจากแผลเองได้ไหม

ดูเองให้แน่ชัดไม่ได้ เพราะทั้งสองโรคทำให้เกิดแผลเจ็บและลักษณะอาจทับซ้อนกัน ควรให้บุคลากรทางการแพทย์ตรวจและเก็บตัวอย่างจากแผลที่ยังสดเมื่อทำได้

แผลริมอ่อนกับเริมโรคไหนหายขาด

แผลริมอ่อนเกิดจากแบคทีเรียและรักษาให้หายจากการติดเชื้อได้ด้วยยาที่เหมาะสม ส่วนเริมเป็นไวรัสที่ยังไม่มีวิธีกำจัดออกจากร่างกาย ยาต้านไวรัสช่วยควบคุมอาการและลดการกลับเป็นซ้ำได้

ถ้ามีแผลเจ็บบริเวณอวัยวะเพศควรตรวจอะไร

ผู้ตรวจอาจเก็บตัวอย่างจากแผลเพื่อตรวจเริม และประเมินการตรวจซิฟิลิส HIV หรือโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่นตามประวัติและอาการ ส่วนการตรวจแผลริมอ่อนอาจมีข้อจำกัดด้านห้องปฏิบัติการ จึงต้องให้ผู้เชี่ยวชาญเลือกวิธีที่เหมาะสม

ไม่มีตุ่มเริมแล้ว ยังแพร่เชื้อได้ไหม

ยังมีโอกาสแพร่เชื้อได้แม้ไม่มีแผลหรืออาการ เพราะไวรัสอาจถูกปล่อยจากผิวเป็นช่วง ๆ ถุงยางช่วยลดความเสี่ยงแต่ไม่หมด และควรงดเพศสัมพันธ์เมื่อมีอาการหรือแผล

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

  1. Chancroid - STI Treatment Guidelines Centers for Disease Control and Prevention · 2021 · ตรวจสอบ 2026-11-06
  2. Genital Herpes - STI Treatment Guidelines Centers for Disease Control and Prevention · 2021 · ตรวจสอบ 2026-11-06
  3. Screening for Genital Herpes Centers for Disease Control and Prevention · 2024 · ตรวจสอบ 2026-11-06
  4. Herpes simplex virus World Health Organization · 2025 · ตรวจสอบ 2026-11-06
อยากถามให้ชัดขึ้น?

มีข้อสงสัย ค่อย ๆ คุยกันได้

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสุขภาพทางเพศผ่าน LINE ได้อย่างเป็นส่วนตัว เลือกคุยเรื่องที่คุณอยากเข้าใจเพิ่มเติมได้เลย

ปรึกษาเรื่องสุขภาพผ่าน LINE
ปรึกษาเรื่องสุขภาพผ่าน LINE