หนองในเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์จากแบคทีเรีย Neisseria gonorrhoeae เชื้ออาจอยู่ที่อวัยวะเพศ คอ หรือทวารหนัก และโดยเฉพาะในผู้หญิงอาจไม่มีอาการชัดเจน การปล่อยไว้โดยไม่ตรวจและรักษาอาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนที่เกี่ยวกับอุ้งเชิงกรานได้ จึงควรแยกให้ชัดว่า ‘มีหนองใน’ ไม่ได้เท่ากับ ‘เป็นหมัน’ ทุกคน แต่ PID และความเสียหายของท่อนำไข่เป็นเหตุผลที่ไม่ควรรอดูอาการนาน ข้อมูลหนองในจาก CDC และ ข้อมูลจาก WHO อธิบายความเสี่ยงนี้ไว้

หนองในเกี่ยวข้องกับอุ้งเชิงกรานอักเสบอย่างไร
อุ้งเชิงกรานอักเสบ หรือ PID คือการติดเชื้อของอวัยวะสืบพันธุ์ส่วนบน เช่น มดลูกและท่อนำไข่ หนองในเป็นหนึ่งในโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่ทำให้เกิด PID ได้ เมื่อการติดเชื้อลุกลามและเกิดการอักเสบ เนื้อเยื่อโดยรอบอาจเสียหาย แม้บางคนจะมีอาการเพียงเล็กน้อยหรือไม่รู้สึกผิดปกติเลยก็ตาม CDC อธิบายเรื่อง PID ว่าเป็นภาวะแทรกซ้อนที่มักเกิดจากหนองในหรือคลามัยเดีย และการวินิจฉัยต้องอาศัยประวัติ การตรวจร่างกาย และผลตรวจอื่นประกอบกัน
PID ทำให้มีบุตรยากได้อย่างไร
การอักเสบจาก PID อาจทำให้เกิดพังผืดหรือแผลเป็นทั้งในและรอบท่อนำไข่ พังผืดอาจทำให้ท่อตันหรือทำงานผิดปกติ จึงเพิ่มโอกาสที่อสุจิกับไข่จะพบกันยากขึ้น และเพิ่มความเสี่ยงการตั้งครรภ์นอกมดลูก ภาวะมีบุตรยากในบริบทนี้จึงเกี่ยวข้องกับความเสียหายที่เกิดขึ้น ไม่ใช่ผลที่จะเกิดกับผู้ติดหนองในทุกคน แนวทางการติดเชื้อหนองในของ CDC ระบุว่า PID อาจทำให้เกิดแผลเป็นในท่อนำไข่ ซึ่งนำไปสู่ภาวะมีบุตรยากหรือการตั้งครรภ์นอกมดลูก
การรักษา PID หรือหนองในภายหลังช่วยกำจัดการติดเชื้อได้ แต่ไม่สามารถย้อนความเสียหายหรือแผลเป็นที่เกิดขึ้นแล้วได้ทั้งหมด ดังนั้นการรู้ความเสี่ยงและเข้ารับการตรวจตั้งแต่เนิ่น ๆ จึงสำคัญกว่าการรอให้มีอาการมากขึ้น หากเคยได้รับการวินิจฉัย PID แล้วกังวลเรื่องการตั้งครรภ์ ควรแจ้งประวัตินี้แก่บุคลากรทางการแพทย์เพื่อวางแผนประเมินตามแต่ละคน ไม่ควรสรุปอนาคตจากอาการหรือจากประวัติหนองในเพียงอย่างเดียว
อาการเตือนที่ควรรีบตรวจ
PID และหนองในอาจไม่มีอาการ จึงไม่ควรใช้การไม่มีอาการเป็นหลักฐานว่าไม่มีเชื้อหรือไม่มีความเสียหาย อาการที่ควรไปพบแพทย์ ได้แก่ ปวดท้องน้อยหรือปวดอุ้งเชิงกราน ตกขาวหรือสารคัดหลั่งผิดปกติ เลือดออกระหว่างรอบเดือน เจ็บหรือมีเลือดออกขณะมีเพศสัมพันธ์ แสบปัสสาวะ หรือมีไข้ อาการเหล่านี้ไม่จำเพาะต่อหนองในและไม่ควรวินิจฉัยจากสี กลิ่น หรือปริมาณสารคัดหลั่งเพียงอย่างเดียว CDC ระบุว่าอาการของ PID อาจไม่ชัดเจนหรือไม่มีเลย
- ควรไปสถานพยาบาลโดยเร็วหากปวดท้องน้อยมาก มีไข้สูง อาเจียน เจ็บมากขณะมีเพศสัมพันธ์ หรือกำลังตั้งครรภ์หรือสงสัยตั้งครรภ์ร่วมกับอาการหรือประวัติเสี่ยง
- ตาแดงปวดตามีหนองหรือตามัว หรือมีไข้ร่วมกับผื่น ปวดบวมข้อ ควรได้รับการประเมินเร่งด่วน เพราะอาจเป็นภาวะแพร่กระจายของเชื้อ
การตรวจแยกหนองในกับ PID
การตรวจหนองในมักใช้การตรวจสารพันธุกรรมของเชื้อ หรือ NAAT จากปัสสาวะและการป้ายตัวอย่างตามตำแหน่งที่สัมผัสเชื้อ เช่น ช่องคลอด ปากมดลูก คอ หรือทวารหนัก ประวัติเพศสัมพันธ์ทางปากหรือทวารหนักจึงเป็นข้อมูลสำคัญที่ควรบอกบุคลากรอย่างตรงไปตรงมา เพราะตรวจปัสสาวะอย่างเดียวอาจไม่ครอบคลุมทุกตำแหน่ง การประเมิน PID จะพิจารณาร่วมกับประวัติ อาการ การตรวจร่างกาย และการตรวจอื่นตามความเหมาะสม ไม่ใช่การดูจากอาการภายนอกอย่างเดียว แนวทาง CDC ปี 2021 อธิบายการเลือกตัวอย่างตรวจตามตำแหน่ง และระบุว่าการเพาะเชื้อมีบทบาทเมื่อสงสัยรักษาไม่สำเร็จเพื่อดูความไวต่อยา
หลักการรักษาและติดตาม
หนองในและ PID ต้องใช้ยาปฏิชีวนะตามการประเมินของบุคลากรทางการแพทย์ การเลือกแนวทางขึ้นกับตำแหน่งติดเชื้อ อาการ การตั้งครรภ์ การแพ้ยา ผลตรวจ และปัญหาเชื้อดื้อยา จึงไม่ควรซื้อยา แบ่งยาของคนอื่น หรือใช้ยาค้างเอง หน้า Clinical Treatment of Gonorrhea ของ CDC ซึ่งอัปเดตปี 2024 อ้างอิงแนวทางการรักษา ไม่ใช่คำสั่งยาสำหรับบุคคลทั่วไป
หลังรักษาหนองในควรงดเพศสัมพันธ์อย่างน้อย 7 วันและจนกว่าคู่นอนจะได้รับการรักษาครบ เพื่อลดการติดซ้ำ คู่นอนในช่วงก่อนตรวจพบควรได้รับการประเมิน ตรวจ และรักษาตามความเหมาะสม โดยไม่ควรส่งต่อยาให้กันเอง นอกจากนี้มักแนะนำให้ตรวจหนองในซ้ำประมาณ 3 เดือน เพราะการติดซ้ำพบได้ และถ้าอาการไม่ดีขึ้นหลังรักษาหรือกลับมาเป็นใหม่ควรกลับไปพบแพทย์ อาจต้องแยกการติดซ้ำ เชื้ออื่น หรือเชื้อดื้อยา
ลดโอกาสเกิด PID และผลกระทบต่อการมีบุตร
การใช้ถุงยางอย่างถูกต้องและสม่ำเสมอช่วยลดความเสี่ยงหนองใน แต่ไม่ทำให้ความเสี่ยงเป็นศูนย์ การตรวจเมื่อมีอาการหรือมีประวัติเสี่ยง การแจ้งคู่นอนให้เข้ารับการตรวจ และการรักษาให้ครบเป็นส่วนสำคัญของการป้องกัน PID และการติดซ้ำ หากมีเพศสัมพันธ์หลายรูปแบบควรแจ้งตำแหน่งสัมผัสแก่บุคลากรเพื่อเลือกตัวอย่างตรวจได้ตรงจุด WHO แนะนำการใช้ถุงยางและการรักษาโดยบุคลากรอย่างรวดเร็ว พร้อมย้ำว่าหนองในดื้อยาเพิ่มขึ้น จึงไม่ควรรักษาเอง
เมื่อไรควรขอคำปรึกษาเรื่องภาวะมีบุตรยาก
หากเคยเป็น PID หรือหนองในแล้วกังวลเรื่องท่อนำไข่ การตั้งครรภ์นอกมดลูก หรือพยายามตั้งครรภ์แต่ไม่สำเร็จ ควรเริ่มพูดคุยกับบุคลากรทางการแพทย์และแจ้งประวัติการติดเชื้อให้ครบ การประเมินต้องดูสุขภาพของทั้งสองฝ่ายและปัจจัยอื่นร่วมกัน จึงไม่ควรตีตราตนเองหรือคู่นอนว่าเป็นสาเหตุจากหนองในแน่นอน และไม่ควรรอจนมีอาการปวดรุนแรงจึงตรวจ
อ่านเพิ่มเติมในบทความภาพรวมของหมวดนี้เพื่อทำความเข้าใจอาการ การตรวจ และการดูแลที่เกี่ยวข้อง
มีข้อสงสัย คุยต่อได้
มีคำถามเกี่ยวกับสุขภาพทางเพศหรืออยากเข้าใจข้อมูลเพิ่มเติม? สามารถปรึกษาเรื่องสุขภาพผ่าน LINEได้อย่างเป็นส่วนตัว เลือกคุยเรื่องที่คุณอยากสอบถามได้เลย

