ถ้าพบตุ่มหรือก้อนที่สงสัยว่าเป็นหูดหงอนไก่ในช่วงตั้งครรภ์ สิ่งสำคัญคืออย่าซื้อยากำจัดหูดมาทาเองและอย่ารีบสรุปจากรูปถ่ายหรือรูปร่างเพียงอย่างเดียว ควรแจ้งสูติแพทย์หรือบุคลากรที่ดูแลครรภ์เพื่อให้ตรวจยืนยันและเลือกวิธีดูแลที่เหมาะกับตำแหน่ง ขนาด จำนวน และอาการของรอยโรค โดย แนวทาง CDC เรื่อง anogenital warts ปี 2021 และข้อมูลผู้ป่วยของ NHS ต่างเน้นว่าการตั้งครรภ์ทำให้ต้องทบทวนทางเลือกการรักษาเป็นพิเศษ

ตั้งครรภ์แล้วหูดหงอนไก่อาจเปลี่ยนอย่างไร
ระหว่างตั้งครรภ์ หูดหงอนไก่อาจโตขึ้น เพิ่มจำนวน หรือเปราะและระคายง่ายกว่าปกติ จึงอาจมีเลือดออกเมื่อถูกเสียดสีได้ การเปลี่ยนแปลงนี้ไม่ได้แปลว่ารอยโรคเป็นมะเร็ง และไม่ได้ใช้ยืนยันการวินิจฉัยด้วยตัวเอง เพราะก้อนบริเวณอวัยวะเพศมีสาเหตุอื่นที่ดูคล้ายกันได้ การตรวจโดยบุคลากรสุขภาพจึงสำคัญ โดยเฉพาะเมื่อก้อนโตเร็ว เจ็บมาก เป็นแผล หรือมีเลือดออก
หูดหงอนไก่โดยทั่วไปเกี่ยวข้องกับ HPV กลุ่มที่ก่อหูด ซึ่งต่างจาก HPV กลุ่มเสี่ยงมะเร็ง แต่การมีหูดก็ไม่ใช่เหตุให้ข้ามการคัดกรองปากมดลูกตามคำแนะนำของสถานพยาบาล และไม่ใช่เหตุให้ตรวจ HPV เพื่อยืนยันหูดโดยอัตโนมัติ CDC ระบุว่า HPV test ไม่ได้ใช้วินิจฉัยหูดทั่วไป
เริ่มจากตรวจ ไม่ใช่เลือกยาจากอาการ
แพทย์มักประเมินจากการตรวจดูและอาจตรวจบริเวณใกล้เคียงตามตำแหน่งของก้อน หากรอยโรคมีสีคล้ำ แข็งติดกับเนื้อ เลือดออก เป็นแผล โตผิดปกติ หรือไม่ตอบสนองต่อการรักษา อาจต้องพิจารณาตรวจเพิ่มเติมหรือเก็บชิ้นเนื้อเพื่อแยกโรคอื่น การตั้งครรภ์ไม่ควรทำให้การประเมินรอยโรคผิดปกติถูกเลื่อนออกไปเอง
การรักษาที่ต่างจากเดิมเมื่อกำลังตั้งครรภ์
1. ยาทาหลายชนิดไม่ควรใช้เอง
CDC ระบุว่า podofilox, podophyllin และ sinecatechins ไม่ควรใช้ระหว่างตั้งครรภ์ ส่วน imiquimod แม้มีข้อมูลที่ชี้ว่าความเสี่ยงอาจต่ำ แต่ยังควรหลีกเลี่ยงจนกว่าจะมีข้อมูลเพียงพอ ดังนั้นอย่าใช้ยาทาหูดทั่วไป ยาที่เหลือจากครั้งก่อน หรือผลิตภัณฑ์จากร้านขายยาโดยไม่แจ้งผู้ดูแลครรภ์ การเห็นชื่อยาบนอินเทอร์เน็ตไม่ได้หมายความว่ายานั้นเหมาะกับคุณหรือทารก
2. การเอาหูดออกต้องชั่งประโยชน์กับความเสี่ยง
หากก้อนมีอาการรบกวน เลือดออกง่าย โตมาก หรืออยู่ในตำแหน่งที่ทำให้เกิดปัญหา แพทย์อาจพิจารณาวิธีเอารอยโรคออกที่เหมาะสมกับครรภ์และตำแหน่งนั้น แต่การตอบสนองอาจไม่สมบูรณ์หรือไม่ดีเท่าที่คาดจนกว่าจะสิ้นสุดการตั้งครรภ์ บางรายจึงอาจได้รับการติดตามก่อนและวางแผนรักษาต่อหลังคลอด ทั้งนี้ไม่ควรหยุดนัดหรือเลื่อนการตรวจเองเพียงเพราะคิดว่าเป็นหูดธรรมดา
มีหูดหงอนไก่ต้องผ่าคลอดไหม
โดยทั่วไปไม่ควรผ่าคลอดเพียงเพื่อป้องกันการส่งต่อ HPV ไปยังทารก เพราะยังไม่ชัดเจนว่าการผ่าคลอดจะป้องกันภาวะหูดที่กล่องเสียงในเด็กได้ การผ่าคลอดอาจมีข้อบ่งชี้เมื่อหูดกีดขวางทางคลอด หรือคาดว่าการคลอดทางช่องคลอดจะทำให้เลือดออกมาก การตัดสินใจจึงต้องอาศัยการตรวจจริงและแผนของทีมฝากครรภ์ ไม่ใช่กำหนดจากการมีหูดเพียงอย่างเดียว รายละเอียดอยู่ในหัวข้อ Pregnancy ของแนวทาง CDC ปี 2021
ความเสี่ยงที่ HPV ชนิด 6 หรือ 11 จะเกี่ยวข้องกับภาวะหูดที่กล่องเสียงของทารกหรือเด็กพบได้น้อย และเส้นทางการส่งต่อยังไม่ชัดเจน จึงควรใช้ข้อมูลนี้เพื่อคุยกับผู้ดูแลครรภ์ ไม่ใช่เพื่อทำให้กังวลหรือกำหนดวิธีคลอดล่วงหน้าด้วยตัวเอง
ระหว่างรอตรวจควรทำอะไร และเมื่อไรควรไปพบแพทย์เร็ว
อย่าแกะ ตัด จี้ หรือทาสารเคมีกับก้อนเอง และบอกผู้ดูแลครรภ์เกี่ยวกับยาหรือผลิตภัณฑ์ที่ใช้อยู่ทั้งหมด หากยังไม่เคยตรวจ ควรนัดประเมินแทนการเดาว่าเป็นหูดจากสีหรือรูปร่าง เพราะการตรวจและการเลือกวิธีรักษาในครรภ์ต้องปรับตามตำแหน่งกับอาการจริง
ควรติดต่อสถานพยาบาลเร็วขึ้นเมื่อมีก้อนโตเร็วหรือเพิ่มจำนวนมาก เลือดออกซ้ำ เป็นแผล แข็งผิดปกติ ปวดมาก ปัสสาวะลำบาก หรือมีไข้และรู้สึกป่วยมาก หากมีเลือดออกทางช่องคลอด ปวดท้อง หรืออาการที่เกี่ยวข้องกับการตั้งครรภ์ร่วมด้วย ให้ทำตามคำแนะนำฉุกเฉินของสถานพยาบาลฝากครรภ์ เพราะอาการเหล่านี้ไม่ควรถูกเหมารวมว่าเกิดจากหูด
สรุปสั้น ๆ
การดูแลหูดหงอนไก่ระหว่างตั้งครรภ์ต่างจากเดิมตรงที่ต้องคัดกรองยาที่ห้ามใช้หรือควรหลีกเลี่ยง ประเมินว่าควรติดตามหรือเอารอยโรคออก และวางแผนการคลอดจากตำแหน่งกับความเสี่ยงจริง ไม่ใช่จากชื่อโรคอย่างเดียว หูดอาจกลับเป็นซ้ำได้หลังรักษา และการรักษารอยโรคไม่ได้แปลว่ากำจัด HPV ออกจากร่างกายทั้งหมด
บทความนี้อ้างอิงแนวทาง CDC STI Treatment Guidelines ปี 2021 ร่วมกับข้อมูลสาธารณสุขของ NHS ปี 2023, CDC ปี 2025 และ WHO ปี 2024 โดยตรวจสอบแหล่งข้อมูลวันที่ 6 พฤศจิกายน 2026 ข้อมูลนี้เป็นความรู้ทั่วไป ไม่แทนการตรวจและคำแนะนำเฉพาะบุคคล
อ่านเพิ่มเติมในบทความภาพรวมของหมวดนี้เพื่อทำความเข้าใจอาการ การตรวจ และการดูแลที่เกี่ยวข้อง
มีข้อสงสัย คุยต่อได้
มีคำถามเกี่ยวกับสุขภาพทางเพศหรืออยากเข้าใจข้อมูลเพิ่มเติม? สามารถปรึกษาเรื่องสุขภาพผ่าน LINEได้อย่างเป็นส่วนตัว เลือกคุยเรื่องที่คุณอยากสอบถามได้เลย

