เริมที่นิ้วมือ หรือ herpetic whitlow คือการติดเชื้อไวรัสเริม (herpes simplex virus หรือ HSV) ที่ผิวหนังบริเวณนิ้วหรือปลายเล็บ ไม่ใช่ตุ่มหรือแผลที่นิ้วทุกชนิดจะเป็นเริม การตรวจตั้งแต่เริ่มมีอาการช่วยให้แยกจากการติดเชื้อแบคทีเรียและเลือกการดูแลที่เหมาะสมได้ บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ใช้ยืนยันโรคจากภาพหรือแทนการตรวจจริง
ถ้าต้องการอ่านภาพรวมเรื่องสาเหตุ อาการ การติดต่อ และการป้องกันเริม อ่านต่อที่ บทความหลักเรื่องเริมได้

เริมที่นิ้วมือเกิดจากอะไร
HSV-1 หรือ HSV-2 สามารถเข้าสู่ผิวหนังผ่านรอยแตกหรือแผลเล็ก ๆ แล้วทำให้เกิดตุ่มน้ำที่นิ้วได้ การสัมผัสตุ่มเริมหรือแผลเริมของผู้อื่นเป็นทางหนึ่งที่ทำให้เชื้อเข้าสู่นิ้ว และอาจเกิดจากการนำเชื้อจากบริเวณที่ติดเชื้อของตนเองไปสัมผัสรอยแผลที่นิ้วโดยไม่รู้ตัว NHS และ Cleveland Clinic อธิบายว่าโรคนี้ติดต่อผ่านการสัมผัสและมักเกิดใกล้ปลายเล็บ
การมีเริมที่นิ้วไม่ได้แปลว่าเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์เสมอไป เพราะเชื้อเริมที่ปากก็ทำให้เกิดรอยโรคที่นิ้วได้ อย่างไรก็ตาม HSV เป็นเชื้อที่แพร่จากการสัมผัสผิวหนังหรือเยื่อบุได้ จึงควรหลีกเลี่ยงการให้แผลสัมผัสปาก ตา อวัยวะเพศ หรือผิวหนังที่มีแผลของผู้อื่นจนกว่าแผลจะหาย
อาการที่พบได้
ระยะแรกอาจรู้สึกเจ็บ แสบ คัน หรือเสียวซ่าที่นิ้ว จากนั้นจึงมีอาการบวมแดงหรือสีผิวเปลี่ยน และมีตุ่มน้ำหรือตุ่มใสเป็นกลุ่มใกล้เล็บหรือบริเวณปลายนิ้ว ตุ่มอาจแตกกลายเป็นแผลที่เจ็บ ก่อนจะแห้งและตกสะเก็ด บางคนรู้สึกไม่สบายหรือมีไข้ โดยเฉพาะการเป็นครั้งแรก แต่ไม่ใช่ทุกคนจะมีอาการครบแบบนี้
ลักษณะดังกล่าวช่วยให้สงสัยเริมได้ แต่ยังยืนยันไม่ได้ เพราะการอักเสบรอบเล็บ แผลจากการเสียดสี ผื่นตุ่มน้ำบางชนิด และการติดเชื้อที่ปลายนิ้วก็อาจคล้ายกันได้ สีของแผลหรือภาพถ่ายเพียงอย่างเดียวจึงไม่พอสำหรับวินิจฉัย หากมีตุ่มหรือแผลใหม่ ควรให้บุคลากรทางการแพทย์ตรวจ
ทำอย่างไรไม่ให้แผลลุกลาม
อย่าบีบ เจาะ กรีด หรือพยายามดูดน้ำจากตุ่มเอง การทำให้ตุ่มแตกอาจทำให้แผลเปิดและเพิ่มโอกาสแพร่เชื้อไปยังผิวหนังบริเวณอื่นหรือเกิดการติดเชื้อแทรกซ้อน คำแนะนำของ NHS คือไม่ควรระบายของเหลวด้วยการบีบ และควรรักษานิ้วให้สะอาดพร้อมปิดด้วยผ้าปิดแผล
ล้างมือหลังเผลอสัมผัสบริเวณแผล และหลีกเลี่ยงการแตะตา ใบหน้า ปาก หรือบริเวณที่มีแผลด้วยนิ้วข้างนั้น หากใส่คอนแทคเลนส์ให้ใช้มืออีกข้าง หรือเปลี่ยนเป็นแว่นจนกว่าแผลจะหาย เพราะเชื้อเริมที่เข้าตาอาจทำให้เกิดปัญหาที่ต้องประเมินอย่างเร่งด่วน อย่าใช้ผ้าเช็ดตัว อุปกรณ์ทำเล็บ หรือของใช้ที่สัมผัสแผลร่วมกับผู้อื่น และอย่าให้แผลสัมผัสผิวหนังของคนอื่นโดยตรง
ปิดแผลด้วยวัสดุสะอาดที่ไม่รัดแน่นและเปลี่ยนเมื่อเปียกหรือสกปรก ไม่แกะสะเก็ด และพยายามไม่ให้แผลเสียดสีกับสิ่งของ การดูแลเหล่านี้ช่วยลดการสัมผัสเชื้อและป้องกันผิวหนังเปิดเพิ่ม แต่ไม่ได้ทำให้ไวรัสหมดไปจากร่างกาย
แพทย์ตรวจและรักษาอย่างไร
แพทย์จะดูตำแหน่งและลักษณะรอยโรค สอบถามว่าเริ่มเป็นเมื่อไร เคยมีเริมที่ปากหรือบริเวณอื่นหรือไม่ และประเมินโรคที่คล้ายกัน หากยังมีตุ่มหรือแผลสด อาจพิจารณาเก็บตัวอย่างจากรอยโรคเพื่อตรวจหา HSV ด้วยวิธีทางห้องปฏิบัติการ เช่น PCR หรือการเพาะเชื้อ ทั้งนี้วิธีตรวจขึ้นกับลักษณะแผลและบริบทของแต่ละคน ไม่ควรซื้อชุดตรวจหรือแปลผลเอง
ยาต้านไวรัสอาจช่วยให้อาการดีขึ้นเร็วขึ้นในบางคน โดยเฉพาะเมื่อได้รับการประเมินตั้งแต่เริ่มมีอาการ แต่การเลือกยาและความเหมาะสมต้องให้แพทย์เป็นผู้พิจารณา ไม่ควรใช้ยาที่เหลือจากครั้งก่อนหรือแบ่งยาให้ผู้อื่น เริมอาจกลับเป็นซ้ำได้เพราะเชื้อยังคงอยู่ในร่างกาย ดังนั้นเป้าหมายของการรักษาคือควบคุมอาการและลดโอกาสเกิดปัญหา ไม่ใช่รับประกันว่ากำจัดเชื้อได้ถาวร แนวทาง CDC ปี 2021 อธิบายหลักการใช้ยาต้านไวรัสและการยืนยัน HSV จากรอยโรคในบริบทที่เหมาะสม
เมื่อไรควรพบแพทย์
ควรพบแพทย์เมื่อสงสัยว่าเป็นเริมที่นิ้วมือ โดยเฉพาะการมีตุ่มหรือแผลครั้งแรก แผลปวดมาก บวมแดงมากขึ้น ลุกลาม มีไข้สูง รู้สึกหนาวสั่น หรือดูแลแล้วไม่ดีขึ้น หากมีภูมิคุ้มกันบกพร่องหรือกำลังตั้งครรภ์ก็ควรแจ้งผู้ดูแลสุขภาพตั้งแต่ต้น เพราะอาจต้องประเมินและวางแผนต่างจากคนทั่วไป NHS แนะนำให้ขอคำปรึกษาเมื่อสงสัยโรคหรือเมื่ออาการแย่ลงและมีไข้สูง
ถ้าแผลอยู่ใกล้ตา มีตาแดง ปวดตา ตามัว หรือเผลอเอานิ้วที่มีแผลไปแตะตา ควรติดต่อสถานพยาบาลโดยเร็ว ไม่ควรรอดูอาการเอง เช่นเดียวกับกรณีที่มีแผลบวมร้อนหรือมีหนองมากขึ้น เพราะอาจเป็นการติดเชื้อชนิดอื่นร่วมด้วยและต้องตรวจแยกโรค
ป้องกันการกลับเป็นซ้ำและการแพร่เชื้อ
เริมที่นิ้วมืออาจกลับมาเป็นซ้ำได้ แม้แผลครั้งแรกจะหายแล้ว บาดแผลใหม่ที่นิ้วหรือช่วงที่ร่างกายไม่สบายอาจสัมพันธ์กับการกลับเป็นซ้ำในบางคน จึงควรดูแลผิวไม่ให้แตก ปิดแผลเล็ก ๆ ให้เหมาะสม และล้างมือสม่ำเสมอ หากเริ่มรู้สึกแสบ คัน หรือเสียวซ่าบริเวณเดิม ให้หลีกเลี่ยงการสัมผัสผู้อื่นและรีบปรึกษาแพทย์แทนการรอให้ตุ่มแตก
การมีเริมเป็นเรื่องที่พบได้และไม่ได้ใช้บอกว่าใครไม่ซื่อสัตย์หรือบอกได้ว่าได้รับเชื้อจากใครเมื่อไร เพราะเชื้ออาจไม่แสดงอาการเป็นเวลานาน การสื่อสารกับคนใกล้ชิดอย่างไม่กล่าวโทษ และการขอคำแนะนำจากบุคลากรทางการแพทย์เมื่อมีแผล เป็นทางเลือกที่ปลอดภัยกว่าการเดาจากรูปลักษณ์
อ่านเพิ่มเติมในบทความภาพรวมของหมวดนี้เพื่อทำความเข้าใจอาการ การตรวจ และการดูแลที่เกี่ยวข้อง
มีข้อสงสัย คุยต่อได้
มีคำถามเกี่ยวกับสุขภาพทางเพศหรืออยากเข้าใจข้อมูลเพิ่มเติม? สามารถปรึกษาเรื่องสุขภาพผ่าน LINEได้อย่างเป็นส่วนตัว เลือกคุยเรื่องที่คุณอยากสอบถามได้เลย

