การมีประวัติเริมไม่ได้แปลว่าจะมีปัญหากับการตั้งครรภ์หรือจำเป็นต้องผ่าคลอดทุกคน แต่ควรให้ทีมฝากครรภ์รู้ข้อมูลตั้งแต่เนิ่น ๆ เริมอาจไม่มีอาการชัด และการติดเชื้อใหม่ช่วงใกล้คลอดมีความเสี่ยงต่อเริมในทารกมากกว่าการกลับเป็นซ้ำของคนที่เคยติดเชื้อมาก่อน ตามข้อมูลจาก แนวทาง CDC ปี 2021 และ WHO ปี 2025

ควรแจ้งแพทย์หรือทีมฝากครรภ์เรื่องอะไรบ้าง
ไม่ต้องรอให้แผลชัดหรือรอถึงวันคลอด หากเคยได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นเริมที่ปากหรืออวัยวะเพศ เคยมีตุ่มน้ำหรือแผลที่สงสัยเริม หรือมีคู่นอนที่เป็นเริม ควรแจ้งสูติแพทย์หรือผู้ดูแลครรภ์ ข้อมูลที่ช่วยให้ทีมประเมินได้มีดังนี้
- เคยเป็นเริมที่ตำแหน่งใด และเคยตรวจยืนยันด้วยการป้ายแผลหรือวิธีอื่นหรือไม่
- อาการครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่สงสัยหรือเป็นรูปแบบที่เคยกลับเป็นซ้ำ รวมถึงวันที่เริ่มแสบ คัน เสียวซ่า มีตุ่ม หรือมีแผล
- ตอนนี้ยังมีตุ่ม แผล อาการปวดแสบเวลาปัสสาวะ หรืออาการนำก่อนแผลหรือไม่ และอยู่บริเวณใด
- กำลังใช้ยาหรือเคยได้รับยาต้านไวรัสอะไร รวมถึงมีโรคหรือภาวะที่ทำให้ภูมิคุ้มกันต่ำหรือไม่
- มีความเสี่ยงสัมผัสเริมใหม่ระหว่างตั้งครรภ์หรือไม่ เช่น คู่นอนมีแผลหรือมีเริมที่ปากหรืออวัยวะเพศ
หากจำวันเริ่มอาการไม่ได้ก็ยังแจ้งได้ ไม่ควรเดาเวลาที่ติดเชื้อจากวันที่มีแผล เพราะการตรวจไม่สามารถบอกได้ว่าได้รับเชื้อจากใครหรือเมื่อใด ข้อมูลผู้ป่วยของ ACOG อธิบายว่าประวัติ อาการ และผลตรวจต้องนำมาประเมินร่วมกัน
ทำไมการติดเชื้อครั้งแรกใกล้คลอดจึงสำคัญ
ทารกอาจสัมผัสเชื้อขณะผ่านช่องทางคลอดได้ ความเสี่ยงจะสูงกว่าเมื่อมารดาเพิ่งติดเชื้อหรือมีการติดเชื้อครั้งแรกช่วงปลายครรภ์และใกล้คลอด เพราะร่างกายอาจยังสร้างภูมิคุ้มกันได้ไม่มากพอ ส่วนคนที่มีเริมกลับเป็นซ้ำจากการติดเชื้อเดิมก่อนตั้งครรภ์โดยทั่วไปมีความเสี่ยงต่ำกว่า แต่ไม่ได้เป็นศูนย์
คำว่า “เป็นครั้งแรก” ในความรู้สึกของผู้ป่วยไม่ยืนยันเสมอว่าเป็นการติดเชื้อใหม่ แพทย์จึงอาจถามประวัติ ตรวจรอยโรค และพิจารณาการตรวจที่เหมาะสม หากมีตุ่มหรือแผลสด การเก็บตัวอย่างจากรอยโรคอาจช่วยยืนยันได้ การตรวจเลือดบางชนิดช่วยตอบคำถามได้เฉพาะบางกรณีและไม่บอกว่าได้รับเชื้อเมื่อใด
แพทย์อาจประเมินอะไรระหว่างตั้งครรภ์
เมื่อมีอาการ แพทย์จะประเมินตำแหน่งและลักษณะรอยโรค ระยะเวลาที่เริ่มเป็น อาการนำ เช่น แสบหรือเสียวซ่า ประวัติการเป็นซ้ำ และอาการร่วม เช่น ไข้หรือปัสสาวะแสบ การมีแผลที่อวัยวะเพศไม่ควรสรุปจากภาพเอง เพราะซิฟิลิส แผลริมอ่อน การเสียดสี และโรคผิวหนังบางอย่างอาจดูคล้ายกัน
แนวทาง CDC ปี 2021 ไม่แนะนำการตรวจเลือดหา HSV-2 เป็นกิจวัตรในหญิงตั้งครรภ์ทุกคนที่ไม่มีอาการ และไม่แนะนำการตรวจเพื่อให้ได้คำตอบแทนการประเมินรอยโรคโดยบุคลากร หากสงสัยเริมในครรภ์ควรถามทีมฝากครรภ์ว่าจำเป็นต้องตรวจอะไรและควรตรวจเมื่อใด แทนการซื้อชุดตรวจหรือใช้ยาด้วยตนเอง
เมื่อใกล้คลอดหรือเริ่มเจ็บครรภ์ ต้องบอกทีมทำคลอดซ้ำ
เมื่อเริ่มเจ็บครรภ์หรือไปโรงพยาบาลเพื่อคลอด ให้บอกทันทีว่าเคยเป็นเริมหรือมีอาการแสบ คัน เสียวซ่า ตุ่ม หรือแผลอยู่หรือไม่ แม้แผลจะอยู่บริเวณที่มองไม่เห็นง่าย ทีมทำคลอดจะสอบถามอาการนำและตรวจหารอยโรคตามความเหมาะสม
หากไม่มีอาการหรือสัญญาณของเริมขณะเริ่มเจ็บครรภ์ การคลอดทางช่องคลอดอาจเป็นทางเลือกได้ แต่หากมีรอยโรคเริมที่อวัยวะเพศหรืออาการนำของการกลับเป็นซ้ำ CDC ระบุว่าการผ่าตัดคลอดช่วยลดความเสี่ยงการส่งต่อเชื้อและควรนำมาพิจารณา การผ่าตัดคลอดไม่ได้กำจัดความเสี่ยงทั้งหมด และการตัดสินใจจริงขึ้นกับประวัติ ตำแหน่งรอยโรค สุขภาพแม่และทารก และดุลยพินิจของทีมดูแล ไม่ควรกำหนดวิธีคลอดเองจากข้อมูลออนไลน์
เรื่องยาต้านไวรัสและแผนดูแล
ผู้ดูแลครรภ์อาจพิจารณายาต้านไวรัสเพื่อรักษาอาการที่กำลังเป็น หรือวางแผนลดโอกาสมีอาการกำเริบช่วงใกล้คลอดตามประวัติและอายุครรภ์ แนวทาง CDC ปี 2021 กล่าวถึงการรักษาแบบกดการกลับเป็นซ้ำในช่วงปลายครรภ์สำหรับบางคน แต่ไม่ได้หมายความว่าทุกคนต้องใช้ยา
อย่าเริ่ม หยุด เปลี่ยนยา หรือใช้ยาที่เหลือจากครั้งก่อนเอง ควรนำชื่อยาและยาทุกชนิดที่ใช้อยู่ไปแจ้งทีมฝากครรภ์เพื่อให้ประเมินความเหมาะสมกับครรภ์ อาการ และโรคประจำตัว การวางแผนที่ดีคือการตัดสินใจร่วมกับผู้ดูแลก่อนถึงวันคลอด ไม่ใช่รอให้มีแผลแล้วค่อยปกปิดข้อมูล
ระหว่างตั้งครรภ์ลดโอกาสรับหรือส่งต่อเชื้อ
ถ้ามีอาการนำหรือตุ่มแผล ควรงดเพศสัมพันธ์ทางช่องคลอด ทางทวารหนัก และทางปากจนกว่าอาการจะหายและได้รับคำแนะนำที่เหมาะสมจากทีมดูแล หากคู่นอนมีเริมหรือสงสัยเริม ควรบอกทีมฝากครรภ์ โดยเฉพาะในช่วงท้ายครรภ์ เพื่อรับคำแนะนำเรื่องการหลีกเลี่ยงการสัมผัสเชื้อ
ถุงยางอนามัยและแผ่นกั้นช่วยลดความเสี่ยงแต่ไม่ป้องกันได้ทั้งหมด เพราะเชื้ออาจอยู่บนผิวหนังที่อยู่นอกบริเวณปกคลุม การล้างมือหลังสัมผัสแผลและไม่จับตาช่วยลดการแพร่เชื้อไปยังบริเวณอื่น การป้องกันควรเป็นการดูแลร่วมกัน ไม่ใช่การกล่าวโทษว่าคู่นอนคนใดเป็นผู้แพร่เชื้อ
อาการแบบไหนควรรีบติดต่อสถานพยาบาล
- มีตุ่ม แผล หรืออาการแสบคันที่อวัยวะเพศเป็นครั้งแรกขณะตั้งครรภ์
- มีอาการใหม่หรือแผลกำเริบในช่วงครึ่งหลังของครรภ์หรือใกล้กำหนดคลอด
- มีไข้มาก ปวดศีรษะรุนแรง คอแข็ง สับสน ปัสสาวะไม่ออก หรือแผลเจ็บมากและลุกลาม
- เริ่มเจ็บครรภ์ น้ำเดิน หรือกำลังจะคลอดแล้วมีแผลหรืออาการนำของเริม
- ทารกแรกเกิดอาจสัมผัสแผลเริมระหว่างคลอด ให้แจ้งทีมกุมารแพทย์หรือทีมคลอดทันทีเพื่อประเมิน
เริมเป็นภาวะที่ควบคุมอาการได้ แต่ยังไม่มีวิธีกำจัดเชื้อออกจากร่างกาย การแจ้งข้อมูลอย่างตรงไปตรงมาช่วยให้ทีมดูแลแยกการติดเชื้อใหม่จากการกลับเป็นซ้ำ วางแผนการตรวจและการคลอดอย่างเหมาะสม และดูแลทารกหลังคลอดเมื่อมีความเสี่ยง
อ่านข้อมูลพื้นฐานเรื่องอาการ การตรวจ และการดูแลได้ที่ คู่มือเริมคืออะไร อาการ การติดต่อ วิธีรักษา และการป้องกัน และทำความเข้าใจอาการกับการตรวจเพิ่มเติมที่ เริมที่อวัยวะเพศมีลักษณะอย่างไร หรือ เริมรักษาหายขาดไหม
อ่านเพิ่มเติมในบทความภาพรวมของหมวดนี้เพื่อทำความเข้าใจอาการ การตรวจ และการดูแลที่เกี่ยวข้อง
มีข้อสงสัย คุยต่อได้
มีคำถามเกี่ยวกับสุขภาพทางเพศหรืออยากเข้าใจข้อมูลเพิ่มเติม? สามารถปรึกษาเรื่องสุขภาพผ่าน LINEได้อย่างเป็นส่วนตัว เลือกคุยเรื่องที่คุณอยากสอบถามได้เลย

